เมื่อวันที่ 29 พ.ย.​ พลโท วันชนะ​ สวัสดี รองโฆษกกองทัพไทย แถลงหลังประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ว่า  การดำเนินการของส่วนหน้า มีอยู่ 4 การบริหาร คือ​ คน ของ​ น้ำ และข่าว ​โดยปัจจุบัน​เป็นการปรับเฟสจากน้ำท่วมวิกฤติเข้าสู่เฟสการฟื้นฟู โดยน้ำหนักอยู่ที่ 30:70 ซึ่งขณะนี้เองน้ำไฟและสัญญาณโทรศัพท์​เข้าถึง​ 85% ด้านการบริหารจัดการคนมีเคสฉุกเฉินฉุกขอความช่วยเหลือเข้ามา 753 เคส สามารถช่วยเหลือได้ทั้งหมด ส่วนการอพยพคนเมื่อวันที่ 28 พ.ย. มีเคสเข้ามา 11,242 เคส​ ช่วยได้ 95% และมีตกค้าง 1,070 เคส ส่วนการบริหารจัดการศูนย์พักพิง ปัจจุบันศูนย์พักพิงมีความสะดวกสบายขึ้น และโล่งขึ้น​ เนื่องจากมีประชาชนส่วนหนึ่งทยอย​กลับเข้าบ้านเรือน และบางส่วนกลับไปทำงความสะอาด แต่ยังเข้าพักไม่ได้ จึงได้จัดที่พักโรงแรมบีพีให้ ซึ่งเข้าพักแล้ว 20 ห้อง

ขณะที่ การบริหารจัดการสิ่งของ​และการให้ความช่วยเหลือในช่วงเฟสของการฟื้นฟู​ จะมีมิจฉาชีพเข้ามาก่อความไม่สงบ จึงมีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดการลาดตระเวน​พื้นที่และเส้นทางที่มีความเสี่ยง รวมไปถึงจุดล่อแหลมที่จะเกิดอาชญากรรม​ รวมถึงรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สำคัญและพื้นที่เฝ้าระวัง โดยได้รับการยืนยันจากตำรวจภูธรภาค 9 ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ​รับผิดชอบจัดชุดปฏิบัติการประกอบด้วยทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง อาสาสมัครรักษาดินแดน ลาดตระเวนตลอด 24 ชั่วโมง​ ดังนั้นกรณีเกิดเหตุในพื้นที่ประชาชนสามารถเข้าไปแจ้งได้ที่ สภ.คลองหงส์

สำหรับช่วงการฟื้นฟู แบ่งเป็น 3 ระยะ 1.ระยะเร่งด่วน ในปัจจุบัน ทั้งการทำความสะอาด​ การกู้ระบบติดต่อสื่อสาร การเปิดเส้นทาง การซ่อมบ้านเรือนกรณีฉุกเฉิน 2.ระยะกลางจะมีการซ่อมแซมบ้านเรือนเต็มกำลัง โครงสร้างผนัง หลังคา การซ่อมแซมระบบประปาไฟฟ้า  และสาธารณูปโภค การซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์จักรยานยนต์สำหรับผู้ประสบอุทกภัย และการซ่อมถนนสายรอง สายหลัก และ  3.ระยะฟื้นฟูจะเป็นการซ่อมบ้านเรือน ถนน และระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เต็มกำลังให้เสร็จสมบูรณ์

ทั้งนี้ ในส่วนของ รพ.สนาม ปัจจุบันมี 8 แห่ง สามารถใช้การได้ โดยจะมีโรงพยาบาลคู่ขนานที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยมาเป็นพี่เลี้ยง และส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์และบุคลากร สามารถปฏิบัติงานได้มีมีข้อติดขัด ส่วนการส่งความช่วยเหลือ มี 3 ประเภท 1.อย่างเป็นทางการผ่านช่องทางของรัฐบาล ไปยังพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ 2.กึ่งทางการ ส่วนราชการส่งตรงถึงกันจากพื้นที่ภายนอกเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย และ 3.แบบไม่เป็นทางการ ประชาชนลงไปมอบสิ่งของให้ประชาชนและจัดจุดแจกเอง โดยส่วนหน้าเป็นผู้บริหารจัดการเพื่อส่งไปยังเขตต่างๆ ทั้ง 4 เขต เพื่อที่จะส่งถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด และสามารถระบายของเข้าสู่พื้นที่ 100% “วันนี้เป็นความจริงที่พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า น้ำใจของคนไทยท่วมท้น และแรงมากกว่าน้ำที่ท่วมอยู่ในปัจจุบัน ขอบคุณจิตอาสาและประชาชนคนไทย” พลโท วันชนะ กล่าว