เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ทีมสัตวแพทย์ประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก รายงานความคืบหน้าอาการของ “ข้าวต้ม” ลูกช้างป่าเพศเมีย ซึ่งอยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยสรุปอาการตั้งแต่วันที่ 28–29 พฤศจิกายน 2568 พบว่าสุขภาพโดยรวมมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทีมสัตวแพทย์ระบุว่า ข้าวต้มมีการกินนมและน้ำข้าวต้มเพิ่มมากขึ้น แม้ปริมาณยังไม่ถึงระดับที่คำนวณไว้ แต่ระบบขับถ่ายยังอยู่ในเกณฑ์ที่ติดตามได้ โดยปัสสาวะปกติ ส่วนอุจจาระยังมีลักษณะเหลวปนเนื้อครีมเล็กน้อย แต่ไม่พบภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำในทุกช่วงเวลา

ด้านการรักษา ทีมสัตวแพทย์ได้ให้สารน้ำทางหลอดเลือดเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยคงระดับน้ำตาล พร้อมให้วิตามินและยาบำรุงตับ รวมถึงยาลดอาการปวดเกร็งท้องเมื่อพบอาการ นอกจากนี้ยังมีการดูแลรักษาแผลและแผลกดทับอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำความสะอาดแผล พ่นยา ทายา และใช้เลเซอร์ช่วยรักษา

จากการสังเกตพฤติกรรม พบว่าข้าวต้มมีความร่าเริงมากขึ้น มีกำลังดีขึ้นอย่างชัดเจน และเริ่มสนใจพี่เลี้ยงรวมถึงสิ่งแวดล้อมโดยรอบมากขึ้น

ทั้งนี้ สพ.ญ.นฤพร กิตติศิริกุล สัตวแพทย์ประจำสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนศาสตร์ลูกช้าง ได้ลงพื้นที่ร่วมตรวจรักษาระหว่างวันที่ 26–28 พฤศจิกายน 2568 เพื่อประเมินภาวะโภชนาการและให้คำแนะนำด้านการดูแล

ทีมสัตวแพทย์ สัตวบาล และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ยังคงเฝ้าดูแลลูกช้างข้าวต้มตลอด 24 ชั่วโมง และประเมินอาการวันต่อวัน เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างใกล้ชิดที่สุด

โดยมี สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก และ น.สพ.วิศรุต ปิยะศิริศิลป์ นายสัตวแพทย์ กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า