นายพัฒนพงษ์ พงศ์ศุภสมิทธิ์ รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยภายหลังนำคณะสื่อมวลชนศึกษาดูงานการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟฟ้า Shinagawa Station และ Takanawa Gateway Station ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นว่า รฟม. จะนำแนวคิดการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD) ร่วมกับการให้บริการการเดินรถที่มีประสิทธิภาพของประเทศญี่ปุ่น มาเป็นต้นแบบในการปรับใช้ในประเทศไทย เพื่อเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่สำคัญให้กับ รฟม. นอกเหนือจากค่าโดยสาร ซึ่งจะสามารถนำไปพัฒนางานด้านรถไฟฟ้า และลดภาระทางการเงินของรัฐบาลในการอุดหนุนการดำเนินโครงการต่างๆ ด้วย

นายพัฒนพงษ์ กล่าวต่อว่า รฟม. ได้จัดทำแผนการให้เช่า หรือให้สิทธิใดๆ ในอสังหาริมทรัพย์ และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคาร และลานอเนกประสงค์โครงการรถไฟฟ้า สายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) พื้นที่ตามแนวสายทางรถไฟฟ้า และทางเข้า-ออก ศูนย์ซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) และสายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) โดยจะนำร่องพื้นที่บริเวณห้วยขวาง ริมถนนพระราม 9 เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่หลายร้อยไร่ และเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพอยู่ในเมือง ในอนาคตจะเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกับสายสีส้ม ที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ช่วยเพิ่มศักยภาพให้พื้นที่เป็นชุมทางสำคัญที่จะเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวก

นายพัฒนพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่บริเวณย่านห้วยขวางทั้งหมด จะจัดแบ่งลักษณะการใช้ประโยชน์พื้นที่ที่หลากหลาย โดยจะเริ่มจากการดำเนินโครงการพัฒนาการให้บริการรถไฟฟ้าด้านสาธารณสุข เป็นการบูรณาการระบบขนส่งมวลชนเข้ากับบริการทางการแพทย์ (Metro-Medical) บนพื้นที่สถานี รฟม. ของรถไฟฟ้าสายสีส้ม บริเวณห้วยขวาง ริมถนนพระราม 9 เป็นพื้นที่แรก ซึ่งได้ลงนามความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อดำเนินการแล้ว รองรับนโยบายศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) ของประเทศไทย โดย รฟม. จะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม. พิจารณาในเดือน ธ.ค. 2568 ก่อนเสนอกระทรวงคมนาคม และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป หากได้รับความเห็นชอบ รฟม. คาดว่าจะเริ่มพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวได้ภายในปี 2569

นายพัฒนพงษ์ กล่าวด้วยว่า แนวคิดการพัฒนาพื้นที่ย่านห้วยขวาง เกิดขึ้นมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ที่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากที่ผ่านมาติดขัดในประเด็นการตีความข้อกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินเวนคืน บางส่วนมองว่าอาจทำได้แค่รถไฟฟ้า แต่ปัจจุบันกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้มีการปรับแก้ไขแล้ว ทำให้มีช่องทางในการใช้ประโยชน์พื้นที่เวนคืนได้มากขึ้น โดยจะเป็นการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งด้านรถไฟฟ้า และการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ซึ่งที่ประเทศญี่ปุ่นก็ใช้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองส่วน โดยพัฒนาเมือง มีที่อยู่อาศัย พื้นที่เชิงพาณิชย์ ควบคู่กับการให้บริการรถไฟฟ้า

นายพัฒนพงษ์ กล่าวอีกว่า รฟม. จะเดินหน้าผลักดันการรวมกันระหว่างขนส่งมวลชน กับเรื่องสุขภาพ (Metro Med) ซึ่งในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้ม ก็มีเส้นทางผ่านโรงพยาบาลศิริราช ทำให้ประชาชนเข้าสู่ระบบทางการแพทย์ได้ง่ายและสะดวกขึ้น ผ่านรถไฟฟ้า MRT ช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัด และการหาที่จอดรถของโรงพยาบาลด้วย.