“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า วันที่ 3 ก.ค. 2569 ที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) จะมีพิธีส่งมอบรถไฟไทยทำ “สุดขอบฟ้า (Beyond Horizon)” อย่างเป็นทางการ โดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จะเป็นผู้ส่งมอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการให้บริการประชาชนต่อไป มีนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่า รฟท. รักษาการผู้ว่า รฟท. เป็นผู้รับมอบ

หลังเสร็จสิ้นพิธีจะมีการเดินขบวนรถไฟไทยทำ จากสถานีหัวลำโพง ไปยัง สจล. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. เพื่อจัดแสดงในงาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026 งานแสดงผลงานวิจัย และนวัตกรรมของคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ผลงานของทีมวิจัยโครงการรถไฟไทยทำ หรือการผลิตรถไฟโดยสารต้นแบบ จาก สจล. ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของวิศวกรรมไทย ที่สะท้อนศักยภาพงานวิจัย นวัตกรรม และบุคลากรไทย ในการขับเคลื่อนอนาคตระบบรางของประเทศ โดยขณะนี้นำไปจดอนุสิทธิบัตร 7 ชิ้นงานแล้ว อาทิ ตัวรถ โครงสร้างรถ และหมอนถ่ายแรง เป็นต้น

สำหรับรถไฟไทยทำ เป็นตู้โดยสารต้นแบบคันแรกของไทย ตามโครงการ “ไทยเฟิร์ส” ไทยทำ ไทยใช้ คนไทยต้องได้ก่อน ที่สนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศ และลดนำเข้าเทคโนโลยี มีรหัสรุ่นคือ TMT-PC-BH001 ทีมวิจัยออกแบบตัวรถเองทั้งหมด ได้แรงบันดาลใจจากที่นั่งในเครื่องบินชั้นธุรกิจ และชั้นเฟิร์สคลาสในรถไฟความเร็วสูง มีความยาว 24 เมตร กว้าง 2.80 เมตร มีที่นั่ง 25 ที่ ประกอบด้วย ชั้น Super Luxury 8 ที่นั่ง และชั้น Luxury 17 ที่นั่ง ทุกที่นั่งมีจอภาพส่วนตัวสำหรับให้บริการด้านความบันเทิง และสั่งอาหาร มีพนักงานเสิร์ฟหุ่นยนต์นำอาหารมาส่งถึงที่นั่ง มีระบบห้องน้ำสุญญากาศ และสิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้งทางขึ้นรถไฟที่ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานของผู้พิการ

หลังวันส่งมอบอย่างเป็นทางการ รฟท. มีแผนให้บริการรถไฟไทยทำเบื้องต้นในรูปแบบเช่าเหมา สามารถต่อพ่วงกับขบวนรถได้ทุกเส้นทางทั่วไทย ปรับจูนความเร็วได้หลายระดับเข้าได้กับทุกขบวน ราคาเริ่มต้นประมาณ 5 หมื่นบาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับระยะทาง และรายละเอียดในการให้บริการ ผู้สนใจติดต่อได้ที่ รฟท. โดยตรง คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะการเช่าเหมาเพื่อการท่องเที่ยว

สำหรับรถไฟไทยทำผลิตแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งทีมวิจัยฯ ได้ร่วมกับฝ่ายการช่างกล รฟท. ทดสอบตามมาตรฐานที่ รฟท. กำหนดอย่างต่อเนื่อง ทั้งแบบสถิต (static test) ในโรงงาน และการทดสอบแบบพลวัต (dynamic test) ซึ่งเป็นการทดสอบสมรรถนะการใช้งาน และความปลอดภัย พร้อมทั้งทดสอบเดินรถในหลายเส้นทาง อาทิ เชียงใหม่ และ สปป.ลาว ผ่านการวิ่งทดสอบมาแล้วรวมกว่า 1 หมื่น กม.

รถไฟไทยทำ “สุดขอบฟ้า” ใช้งบประมาณวิจัยตัวรถ รวมแคร่ และงานระบบ ประมาณ 32 ล้านบาท ได้รับสนับสนุนทุนวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) 25 ล้านบาท และบริษัท กิจการร่วมค้าไซโนเจน-ปิ่นเพชร จำกัด 7 ล้านบาท ไม่รวมงบประมาณการทดสอบ มูลค่าชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศประมาณ 44% ประเมินค่าใช้จ่ายในการพัฒนารถไฟโดยสารต้นแบบถูกกว่าการนำเข้าไม่น้อยกว่า 30% ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งทางตรง และทางอ้อมต่อ รฟท. และประเทศชาติอย่างแท้จริง ซึ่งตู้โดยสารตู้นี้ ราคาทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาท