จากกรณีมีราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2568 พร้อมกับประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2568 ซึ่งออกเมื่อ 23 มิ.ย.2568 ได้กำหนดเวลาห้ามขาย-ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่บริการ ตั้งแต่ 00.00–11.00 น. และ 14.00–17.00 น.ผู้ฝ่าฝืนต้องเสียค่าปรับสูงสุด 10,000 บาท ทั้งผู้ขายและผู้ดื่ม โดยมีข้อยกเว้นเฉพาะสถานบริการที่มีใบอนุญาต,โรงแรม และท่าอากาศยานนานาชาติ

ต่อมากระแสข่าวรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมยกเลิกมาตรการกำหนด “โซนนิ่ง” ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขยายเวลาเปิดสถานบริการในโซนนิ่ง ที่มีใบอนุญาตถึงตี 4 ทั่วประเทศ พร้อมยกเลิกข้อห้ามขายในช่วงบ่าย 2-5 โมงเย็น โดยกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข หารือร่วมกันแล้ว โดยคาดว่าจะประกาศใช้ภายในสิ้นเดือนม.ค.69

ทีมข่าวเดลินิวส์ สนทนากับ นายสมบูรณ์ แก้วเกรียงไกร นายกสมาคมสุราท้องถิ่นไทย เกี่ยวกับกฎหมายกำหนดเวลาห้ามขาย-ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่บริการ ตั้งแต่ 00.00–11.00 น. และ 14.00–17.00 น. ผู้ฝ่าฝืนต้องเสียค่าปรับสูงสุด 10,000 บาท ทั้งผู้ขายและผู้ดื่ม นั้น

นายสมบูรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสมาชิกของสมาคมสุราท้องถิ่นไทย ทั่วประเทศมีทั้งผู้ผลิตสุราขาว สาโท ไวน์ผลไม้ และคราฟต์เบียร์ รวมกันประมาณ 2,000-3,000 ราย โดยสุราขาวของพวกเรามีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 5% (เสียภาษีถูกต้องกับสรรพสามิต) ของขนาดตลาดสุราขาวในประเทศ ส่วนคราฟต์เบียร์ สาโท และไวน์ผลไม้ รวมกันน่าจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 20%

จากมาตรการทางกฎหมายในข้างต้น ใครได้รับผลกระทบมาก? ผับ บาร์ ร้านอาหารขนาดใหญ่ รวมทั้งกลุ่มคราฟต์เบียร์ได้รับผลประทบมากแน่นอน ส่วนกลุ่มสุราชุมชน สุราขาว กระทบบ้าง แต่ไม่มากเพราะตลาดไม่ได้ใหญ่

ยกเว้นผู้ผลิตสุราขาวบางราย ที่ผลิตสินค้าได้คุณภาพ และรสชาติดี จึงถูกนำไปเข้าผับ บาร์ และร้านอาหารขนาดใหญ่ เพื่อผสมเป็นเครื่องดื่ม “ค็อกเทล” เพราะมีราคาถูกกว่าสุราขาวนำเข้าจากต่างประเทศ ก็จะได้รับผลประทบไปด้วย

นายกสมาคมสุราท้องถิ่นไทย กล่าวต่อไปว่าแต่เมื่อรัฐบาล-สภาฯ ยังเปิดรับฟังความเห็นเพื่อพิจารณาทบทวนการบังคับใช้กฎหมาย สมาคมสุราท้องถิ่นไทยจึงให้สมาชิกส่งความเห็น พร้อมข้อเสนอแนะกันเข้ามา ก่อนที่จะสรุปเรื่องส่งไปยังรัฐบาล-สภาฯเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยสมาคมสุราท้องถิ่นไทย ขอให้รัฐบาล-สภาฯ พิจารณายกเลิกกำหนดเวลาห้ามขาย-ห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่บริการ ในช่วงเวลา 14.00–17.00 น. ส่วนช่วงเวลา 00.00-11.00 น. พวกเราไม่แตะต้อง คือให้คงห้ามไว้ตามเดิม

“ผมว่ารัฐบาล สส. และสว. ต้องมองเรื่องนี้ให้รอบด้าน ทั้งเรื่องธุรกิจท่องเที่ยว การส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน การสร้างงาน สร้างรายได้ และการเก็บภาษีเข้ารัฐ แต่เมื่อไปเอากลุ่มต้านเหล้า เอ็นจีโอ และข้าราชการประจำ เข้ามาเป็นกรรมาธิการฯคณะต่างๆ เอามาออกฎหมาย เขาก็ต้องทำหน้าที่คัดค้าน แต่สุดท้ายแล้วผู้ประกอบการ และคนลงทุนก็อยู่ไม่ได้” นายสมบูรณ์ กล่าว