“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า ขณะนี้ บริษัท Sino-Thai Engineering & Construction Public dampany Limited (STECON) ผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์) หมายเลข 7 หรือ M7ส่วนต่อขยายเชื่อมต่อสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา วงเงิน 2,651,988,700 บาท
และกิจการค้าร่วม (Consortium) ประกอบด้วย Epsilon Co., Ltd., Index International Group Public Company Limited และ Decade Consultants Co., Ltd ที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง (Construction Supervision Consultant, CSC) วงเงิน 125,847,000 บาท เริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้างโครงการแล้ว

หลังจากกรมทางหลวง(ทล.) ได้ออกหนังสือให้ผู้รับจ้างเริ่มงาน (NTP : Notice to Proceed) เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2568 เนื่องจากเงินกู้จากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank, ADB) วงเงิน 2,440 ล้านบาทมีผลใช้บังคับ พร้อมส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างที่ได้เวนคืนที่ดินเรียบร้อยแล้ว100%โดยจะใช้เวลาก่อสร้าง 1,080 วัน สิ้นสุดสัญญาวันที่ 19 ต.ค. 2571
จะก่อสร้างM7 ทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจรไปกลับ ระยะทาง 1.920 กม.มีจุดเริ่มต้นกม.148+328 ถัดจากด่านเก็บเงินอู่ตะเภา ข้ามทางรถไฟสายตะวันออก ขนานแนวรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จุดสิ้นสุดเป็นทางแยกต่างระดับบริเวณจุดตัด ทล.3 (ถนนสุขุมวิท) เชื่อมต่อถนนโครงข่ายเข้าอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่สนามบินอู่ตะเภา

มีทางบริการระดับพื้นรองรับการสัญจรใต้ทางยกระดับ ทางแยกต่างระดับบริเวณจุดตัดทล.3 รวมทั้งขยายถนนสุขุมวิทกม.186+350 ถึง กม. 192+000 ระยะทาง 5.65 กม. จาก 4 ช่องจราจร เป็น 8 ช่องจราจร จะช่วยลดเวลาการเดินทางสู่สนามบินอู่ตะเภาจากเดิม 5 กม. เหลือ 1.92 กม.โดยไม่เก็บค่าผ่านทาง(ฟรี)

ทั้งนี้กระทรวงการคลังลงนามสัญญาเงินกู้กับADBวงเงิน 2,440 ล้านบาท เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2568 โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2568 มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอกู้เงินADB กรอบวงเงิน 68.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,440 ล้านบาท



