“โดรนคนละครึ่งพลัสสู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง” เริ่มนำร่องตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2568 ถึงวันที่ 31 ม.ค.2569 ใน 3 จังหวัดคือพระนครศรีอยุธยา อ่างทองและปทุมธานี จำนวน 1 แสนไร่ โดยเปิดให้เกษตรกรลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและเปิดให้ผู้ประกอบการโดรนที่ต้องการเข้ามารับจ้างบินโดรนผ่าน 2 ช่องทาง ช่องทางที่ 1 ผ่านเว็บเพจ: โดรนคนละครึ่ง.mhesi.go.th และช่องทางที่ 2 แอปพลิเคชั่น “เกษตรทันใจ” โดยคลิกที่หน้าโดรนคนละครึ่งพลัส โครงการนี้จะสามารถช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้ไม่น้อยกว่า 3,300 ราย

“โครงการโดรนคนละครึ่งพลัสฯ จะให้ “สิทธิประโยชน์สำหรับเกษตรกร” โดยกระทรวง อว.จะช่วยสนับสนุนค่าใช้บริการโดรน 40 บาทต่อไร่ ให้กับเกษตรกรที่มีที่นารายละไม่เกิน 30 ไร่และยังสนับสนุนการตรวจวัดคุณภาพดินพร้อมทั้งจัดอบรมนักบินโดรนเพื่อการเกษตรให้ฟรี! เพื่อเสริมทักษะการบินและการใช้งานโดรนเพื่อการเกษตรตามมาตรฐานเพื่อต่อยอดสู่การประกอบอาชีพจริงให้กับเกษตรกรด้วยเรียกว่ากระทรวง อว. ช่วยเกือบครบวงจรการผลิต” นายสุรศักดิ์ กล่าวและว่า

โครงการโดรนคนละครึ่งพลัสฯ เปิดโอกาสให้เกษตรกรหรือชาวนาทั้งที่มีที่นาเป็นของตัวเองหรือเป็นผู้เช่าที่นาผู้อื่นทำก็สามารถลงทะเบียนได้หมด แปลงนาหรือแปลงเกษตรในจังหวัดนำร่องราคาค่าบริการโดรนอาจจะไม่เท่ากัน ทั้งใช้โดรนเพื่อหว่าน ใส่ปุ๋ยหรือพ่นยา แต่กระทรวง อว.จ่ายให้ 40 บาทต่อไร่ เพราะจากการสำรวจค่าใช้บริการโดรนเพื่อการเกษตรพบว่าปัจจุบันราคาอยู่ที่ 70 บาทต่อไร่ แต่โครงการโดรนคนละครึ่งพลัสฯ ให้ “สิทธิประโยชน์สำหรับเกษตรกร” มากกกว่าครึ่งคือ 35 บาทเป็น 40 บาทต่อไร่และยังสนับสนุนการตรวจวัดคุณภาพดินพร้อมทั้งจัดอบรมนักบินโดรนเพื่อการเกษตรให้ฟรี! นี่จึงเป็นที่มาของชื่อโครงการโดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง เพราะเราให้มากกว่าครึ่ง
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การนำโดรนซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในภาคการเกษตรจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรและพี่น้องประชาชนโดยตรง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรเอง โดรนจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเพิ่มรายได้และลดต้นทุนการผลิต ทั้งยังช่วยประหยัดเวลาและแรงงานในการทำงาน เช่น การฉีดพ่นสารเคมี, การให้ปุ๋ย, หรือการหว่านเมล็ด ที่สำคัญเป็นการลดการใช้สารเคมีและปุ๋ยเพราะโดรนจะมีระบบควบคุมที่แม่นยำ ทำให้สามารถประเมินและจัดการการแปลงนาหรือแปลงเกษตรได้ซึ่งจะส่งผลให้คุณภาพและปริมาณของผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้นและสามารถเข้าถึงพื้นที่เพาะปลูกที่ยากลำบาก เช่น พื้นที่ลาดชันหรือมีอุปสรรค

ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดโครงการโดรนคนละครึ่งพลัสฯ จะช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ เพราะเกษตรกรไม่ต้องสัมผัสสารเคมีโดยตรง ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพระยะยาว เช่น มะเร็ง หรืออาการแพ้ต่างๆ
“วันนี้เรามีเกษตรกรที่มีความรู้ความสามารถมากและการใช้โดรนก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะโครงการโดรนคนละครึ่งพลัสฯ จะมีการจัดอบรมนักบินโดรนเพื่อการเกษตรให้ฟรี! ระหว่างเดือน ธ.ค.2568 – ม.ค.2569 โดยผู้เข้าร่วมการอบรมจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ รวมอย่างน้อย 18 ชั่วโมง เนื้อหาหลักสูตรประกอบด้วย ภาคทฤษฎี อย่างน้อย 6 ชั่วโมง ประกอบด้วยเนื้อหา ดังนี้ 1.บทนำสู่โดรนเกษตร 2.ประโยชน์และการประยุกต์ใช้โดรนในเกษตรกรรม 3.อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง 4.กฎระเบียบและข้อบังคับในการใช้งานโดรนเพื่อการเกษตร 5.การประกอบโดรนเพื่อการเกษตร 6.หลักการบินและการควบคุมโดรนเพื่อการเกษตร 7.การฉีดพ่นสารเคมีด้วยโดรน 8.การบำรุงรักษาและการแก้ไขปัญหาและ 9.ความปลอดภัยและการจัดการความเสี่ยงและภาคปฏิบัติ อย่างน้อย 12 ชั่วโมง ประกอบด้วยการฝึกในสถานการณ์จำลองและฝึกภาคสนาม ดังนี้ 1.การฝึกบินโดรนในสถานการณ์จริง 2.การปฏิบัติการฉีดพ่นสารเคมีในพื้นที่การเกษตรและ 3.การใช้ซอฟต์แวร์ในการวางแผนการบินและการประมวลผลข้อมูล สามารถสมัครอบรมได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ธันวาคม 2568 ที่เว็บเพจ: โดรนคนละครึ่ง.mhesi.go.th” รมว.กระทรวง อว.กล่าว

นายสุรศักดิ์ ยังระบุด้วยว่า โครงการโดรนคนละครึ่งพลัสฯ จะเปิดให้ผู้เข้าอบรมรวมทั้งสิ้น 300 คน แบ่งเป็น 6 รุ่นๆ ละ 50 คน โดยผู้เข้าร่วมอบรมจะได้รับใบประกาศนียบัตร และสามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัมของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้รวมทั้งจะได้รับสิทธิพิเศษ ส่วนลด 15% เพื่อซื้อโดรนการเกษตรจากผู้ประกอบการโดรนการเกษตรในเครือข่ายของกระทรวง อว.
“ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกรทุกคนมาเข้าร่วมโครงการ “โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง” เพื่อช่วยกันพัฒนาเกษตรไทยสู่การเป็นเกษตรยุคใหม่หรือสมาร์ทฟาร์มมิ่งครับ” นายสุรศักดิ์ กล่าว



