เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คาราวานสิ่งของบรรเทาทุกข์ของพรรคไทยสร้างไทย ซึ่งออกเดินทางจากที่ทำการพรรค เขตดอนเมือง มุ่งหน้าสู่จังหวัดสงขลา ได้เดินทางถึงปลายทางเป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันนี้ (3 ธ.ค. 2568) โดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย มอบหมายให้ทีมงานนำสิ่งของจำเป็นมาส่งมอบแก่พี่น้องประชาชนใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่เพิ่งผ่านพ้นสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่
โดยเฉพาะชุมชนที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งทำให้บ้านเรือน ทรัพย์สิน และข้าวของจำเป็นเสียหายทั้งหมด สิ่งของบรรเทาทุกข์ที่นำมามอบให้ประชาชนประกอบด้วยเครื่องนุ่งห่ม ผ้าห่ม มุ้ง หมอน ที่นอน และอุปกรณ์สำหรับการพักอาศัย ซึ่งจัดเตรียมเป็นพิเศษเพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่เครื่องนอนถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถใช้งานได้ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการที่จำเป็นต้องมีที่พักผ่อนที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคที่อาจเกิดขึ้นหลังน้ำลด การลงพื้นที่ครั้งนี้นำโดย นายโรจนินทร์ ศิริเบญญาภิรมย์ รองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย และ นายพีร์ โรจนดารา ทีมไทยสร้างไทย ซึ่งเป็นผู้แทนหัวหน้าพรรค
ทำหน้าที่กระจายสิ่งของจำเป็นให้ถึงมือประชาชนชาวใต้โดยเร็วที่สุด โดยเครื่องใช้แต่ละชิ้นผ่านการคัดเลือกอย่างดี เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการจริงของประชาชนที่ยังไม่สามารถจัดหาของใช้ใหม่มาแทนของที่เสียหายได้ สำหรับภารกิจในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ทีมงานได้ประสานร่วมกับอาสาสมัครในพื้นที่ เพื่อกระจายสิ่งของให้ครอบคลุมทุกชุมชน และให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึง ทันต่อสถานการณ์ที่ประชาชนจำนวนมากกำลังประสบปัญหา ทั้งร้านค้าและแหล่งจำหน่ายหลายแห่งยังปิดบริการ ขณะที่หลายครอบครัวยังไม่พร้อมจัดซื้อของใช้ใหม่ เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
การได้รับเครื่องนุ่งห่มและเครื่องนอนชุดใหม่ จึงเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนอย่างแท้จริง ประชาชนในพื้นที่ต่างออกมาขอบคุณพรรคไทยสร้างไทยและทีมงานที่ลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว พร้อมระบุว่าสิ่งของที่ได้รับเป็นประโยชน์อย่างมากในช่วงเวลาที่จำเป็นที่สุด ทั้งนี้ พรรคไทยสร้างไทยยังคงเดินหน้าการช่วยเหลือในด้านอื่นอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้ร่วมกับวิทยาลัยเทคโนโลยีสงขลา จัดโครงการตรวจเช็กและซ่อมแซมมอเตอร์ไซค์ รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียหายจากน้ำท่วม โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ช่วยลดภาระให้ประชาชนจำนวนมาก และทำให้หลายครอบครัวสามารถกลับมาใช้อุปกรณ์จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการทำงานได้เร็วขึ้น



