สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ว่า แม้รัฐบาลสหราชอาณาจักร พยายามรีเซตความสัมพันธ์กับจีน แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศยังคงตึงเครียด เนื่องจากการกล่าวหาเรื่องการสอดแนม และชะตากรรมของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งเป็นอดีตอาณานิคมของอังกฤษ
สตาร์เมอร์ เป็นนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรคนแรก ที่ได้พบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในรอบกว่า 6 ปี เมื่อเดือน พ.ย. 2567 ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรกับจีน
อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหราชอาณาจักรกลับกล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า จีนเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติอย่างแท้จริง พร้อมกับเสริมว่า รัฐบาลลอนดอนจะยังคงหยิบยกประเด็นสิทธิมนุษยชน ขึ้นมาพูดกับรัฐบาลปักกิ่งต่อไป
ในวันถัดมา สถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงลอนดอน ระบุว่า จีนคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อคำกล่าวของฝ่ายสหราชอาณาจักร ซึ่งกล่าวหาจีนอย่างไม่มีเหตุผล และแทรกแซงกิจการภายในของประเทศ
“การพัฒนาของจีน ไม่เป็นภัยคุกคามต่อประเทศใด และคำกล่าวของสตาร์เมอร์นั้นไม่ถูกต้อง” สถานเอกอัครราชทูตจีน ระบุในแถลงการณ์
แม้สตาร์เมอร์กล่าวว่า เขาจะพยายามมีส่วนร่วมกับจีนในเรื่องการค้า การแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และประเด็นอื่น ๆ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้นำสหราชอาณาจักรก็ให้คำมั่นว่าจะมอบอำนาจและเครื่องมือที่ทันสมัย ให้กับหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อยับยั้งสิ่งที่เขากล่าวว่าเป็นภัยคุกคามความมั่นคงที่เกิดจากรัฐบาลปักกิ่ง.
เครดิตภาพ : REUTERS



