การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund – IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group – WBG) เป็นเวทีสำคัญที่จะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลาง ตลอดจนผู้บริหารของสถาบันการเงินระดับโลก ผู้นำทางความคิดและนักวิชาการด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการพัฒนาจากทั่วโลกมารวมตัวกัน เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นสำคัญในระบบเศรษฐกิจโลก เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพทางการเงิน การลดความยากจน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน การประชุมนี้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดแนวทางและนโยบายระดับโลก โดยเปิดโอกาสให้ผู้แทนจากรัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างความร่วมมือเพื่อเตรียมรับมือกับความท้าทายในยุคปัจจุบัน

International Monetary Fund (IMF)

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ก่อตั้งขึ้นในปี 1944 ประกอบด้วยประเทศสมาชิกทั้งหมด 191 ประเทศ มีหน้าที่หลักในการส่งเสริมเสถียรภาพทางการเงินระดับโลก สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และช่วยเหลือประเทศสมาชิกที่เผชิญวิกฤติเศรษฐกิจผ่านการให้คำปรึกษา การสนับสนุนทางการเงิน และการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ โดยปัจจุบันมีคุณ Kristalina Georgieva เป็นกรรมการจัดการ (Managing Director)

World Bank Group (WBG) 

กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group – WBG) ก่อตั้งขึ้นในปี 1944 ประกอบด้วยประเทศสมาชิกทั้งหมด 189 ประเทศ  มีพันธกิจหลักในการลดความยากจนและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยสนับสนุนประเทศสมาชิกผ่านการให้เงินกู้ โครงการพัฒนา และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในหลากหลายด้าน เช่น การศึกษา สุขภาพโครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันมีคุณ Ajay Banga เป็นประธาน (President)

ประเทศไทยกับบทบาทและความสำคัญของการเป็นเจ้าภาพ IMF-WBG Annual Meetings 2026

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก (IMF-WBG Annual Meetings) จะจัดขึ้นทุกปีในเดือนตุลาคม โดยจะหมุนเวียนสถานที่จัดงานระหว่างสำนักงานใหญ่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา จัดต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี และหมุนเวียนไปยังประเทศสมาชิกที่ได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพทุก 3 ปี เพื่อสะท้อนถึงความหลากหลายในแต่ละภูมิภาคและความร่วมมือระดับสากล

สำหรับปี 2569 ประเทศไทย ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF-WBG Annual Meetings 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งไทยเป็น 1 ใน 3ประเทศที่ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงานสำคัญถึง 2 ครั้ง หลังจากเคยเป็นเจ้าภาพมาแล้วในปี 2534

การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF-WBG Annual Meetings 2026 มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในหลายมิติ ทั้งบทบาททางด้านเศรษฐกิจและการเงินของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับโลก การแสดงความพร้อมในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งอุตสาหกรรมการบินและการขนส่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การอำนวยความสะดวก และสถานที่จัดงาน โดยจะจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัด IMF-WBG Annual Meetings ครั้งแรกในปี 2534 และงานประชุมระดับนานาชาติอย่าง APEC 2022 มาแล้ว

นอกจากนี้ การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ไทยจะได้นำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทย ทั้งศิลปวัฒนธรรม อาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทำให้งานประชุมนี้จะมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยว การบริการ และการลงทุนในหลากหลายภาคส่วน เนื่องจากมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชนและสื่อมวลชน จำนวนกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศทั่วโลก ที่เดินทางมายังประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าว 

การประชุม IMF-WBG Annual Meetings 2026 เป็นเวทีหารือระดับนานาชาติที่สำคัญ โดย IMF-WBG จะเป็นผู้กำหนดธีมหลักของการประชุมในแต่ละปี เพื่อใช้เป็นกรอบในการอภิปรายประเด็นเศรษฐกิจ การเงิน และความท้าทายระดับโลกที่ทุกประเทศต้องร่วมกันรับมือ สำหรับปี 2026 ไทยในฐานะเจ้าภาพได้กำหนดธีมหลักของประเทศภายใต้ชื่อ “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” สะท้อนแนวคิดการพัฒนาที่ให้ “ประชาชน” เป็นศูนย์กลาง 

พร้อมเสริมสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ให้ระบบเศรษฐกิจและการเงินมีความพร้อมรับมือความเสี่ยงในอนาคต ธีมดังกล่าวมุ่งต่อยอดจุดแข็งของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นความก้าวหน้าด้านการชำระเงินดิจิทัล เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และศักยภาพของแรงงานไทย พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะ ความรู้ และโอกาสทางเศรษฐกิจของประชาชนเพื่อให้รายได้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน 

อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในระบบการเงิน แม้ช่วยเพิ่มความสะดวกและประสิทธิภาพ แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงรูปแบบใหม่ ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเสริมสร้างให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันทางการเงินดิจิทัล การกำหนดธีมเจ้าภาพครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะสื่อสารวิสัยทัศน์การพัฒนาในอนาคตต่อเวทีโลก และใช้การประชุม AM2026 เป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เสริมสร้างความร่วมมือและผลักดันประเด็นด้านการเสริมศักยภาพประชาชนและความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ เพื่อก้าวไปสู่ “New Horizons” อนาคตที่มั่นคง ยั่งยืน และครอบคลุมสำหรับทุกคน