เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้ก่อตั้งซูเปอร์โพล ศิษย์เก่าด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และนโยบายเน้นยุทธศาสตร์ (Cybersecurity & Policy Majoring Strategy) มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ วอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ศิษย์เก่าด้านวิทยาการข้อมูลและระเบียบวิธี (Data Science & Methodology) มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ศิษย์เก่าสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศิษย์เก่ารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกระบุว่า
ถึง คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” และทีมงานรายการทุกท่าน
ด้วยความเคารพอย่างสูง ก่อนอื่น ผมขอเรียนจากใจจริงว่า ผมติดตามผลงานของคุณสรยุทธมานาน เคยได้รับเกียรติออกรายการสดกับท่านหลายครั้งในอดีตสมัยที่ท่านจัดรายการที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 และผมยังคงชื่นชมบทบาทของท่านในฐานะสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่รับใช้ประชาชนด้วยความมุ่งมั่นต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ด้วยความเคารพในวิชาชีพของท่าน ผมจึงขอเขียนจดหมายฉบับนี้ ด้วยสติ ความจริงใจ และความหวังดีต่อสังคมไทยใน 4 ประการ ดังต่อไปนี้
1. ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอผลสำรวจในรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๘ ได้มีการนำเสนอผลสำรวจของ ซูเปอร์โพล ซึ่งเป็นสำนักวิจัยที่ผมเป็นผู้ก่อตั้งและรับผิดชอบด้วยชีวิตวิชาชีพ โดยมีการอ่านข้อมูลและขึ้นอินโฟกราฟิกที่ คลาดเคลื่อนจากต้นฉบับจริง ดังนี้
ผลสำรวจจริง
๗๕.๘% เป็นเหตุสุดวิสัย / เป็นภัยธรรมชาติ
๒๔.๒% ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย
แต่ในรายการกลับนำเสนอว่า
๗๕.๘% เป็นเหตุสุดวิสัย
๒๔.๒% เป็นภัยธรรมชาติ

เพียงการสลับคำเช่นนี้ อาจดูเล็กน้อยในทางเทคนิค แต่กลับทำให้สาระของงานวิจัยเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงและนำไปสู่ความเข้าใจผิดของผู้ชมจำนวนมาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศกระแสความคิดเห็นที่ตามมาในโลกออนไลน์
ตามหลักฐานที่ผมแนบมาพร้อมนี้ ได้สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงทางวิชาการของซูเปอร์โพลอย่างมาก ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงของเรามีความชัดเจน ถูกต้อง และยึดตามมาตรฐานสากล
2.ซูเปอร์โพลงานวิจัยที่ผมสร้างด้วยศรัทธาและความรับผิดชอบต่อประเทศ
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ผมและทีมงานได้ยืนหยัดทำงานภาคสนามทุ่มเทค้นคว้าอย่างเป็นระบบเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า งานวิจัยไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ผลงานของเราประกอบด้วย ความแม่นยำของผลโพลเลือกตั้งในหลายสมัยมีแหล่งอ้างอิงทั้งในและต่างประเทศ
-การพยากรณ์ผลประชามติที่ได้รับการยอมรับ
-การบรรยายในเวทีนานาชาติหลายครั้ง
-และความไว้วางใจให้ผมดำรงตำแหน่ง CEO ของสถาบันวิจัยในต่างประเทศ ชื่อเสียงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากความซื่อสัตย์ต่อข้อมูลและการยึดมั่นในหลักวิชาการที่เคร่งครัด
ดังนั้นเมื่อมีการนำเสนอข้อมูลคลาดเคลื่อนจากรายการกระแสหลักจึงส่งผลกระทบทั้งต่อองค์กร และต่อความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อวงการวิจัยของไทย
3. ผมให้อภัย เพราะผมยึดมั่นใน “อภัยทาน” เป็น ทานอันประเสริฐ พระพุทธทาสภิกขุได้สอนไว้ว่า “อภัยทาน คือทานอันประเสริฐ” เพราะเป็นการมอบความไม่โกรธและความไม่พยาบาทให้แก่ผู้อื่น และให้แก่ใจของเราเองในเวลาเดียวกัน แม้ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะหนักหนาต่อซูเปอร์โพลและต่อชื่อเสียงของผม แต่ผมเลือกที่จะให้อภัย เพราะผมเชื่อว่าเจตนาของท่านและทีมงานไม่ได้มุ่งร้ายแต่เกิดจากความคลาดเคลื่อนที่สามารถแก้ไขได้ อย่างไรก็ตาม การให้อภัยไม่ใช่การปิดบังความจริงแต่คือการขอให้ความจริงได้กลับไปยืนอยู่ในที่ของมันอย่างงดงามและความสงบในใจ
4. ขอความกรุณา เพื่อรักษาศรัทธาของประชาชนและศักดิ์ศรีวิชาชีพสื่อ ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ยังคงศรัทธาในสถาบันสื่อมวลชนไทยและเชื่อในจรรยาบรรณของ คุณสรยุทธ ผมใคร่ขอความกรุณาดังนี้
(1) กรุณานำเสนอผลสำรวจของซูเปอร์โพลให้ถูกต้องตามต้นฉบับ
(2) กรุณาชี้แจงข้อคลาดเคลื่อนให้ผู้ชมรับทราบ
(3) ขอให้ลบออกจาก internet footprint เพื่อให้สังคมเกิดความเข้าใจอันถูกต้อง และไม่เกิดความเสียหายต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในข้อมูลเชิงวิชาการ
ผมไม่ได้เรียกร้องสิ่งใดนอกจาก “ความจริง” และ “ความเป็นธรรม” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสื่อมวลชน งานวิชาการและงานทุกชนิดที่ทำเพื่อประชาชน
สุดท้ายครับ ด้วยหัวใจของนักวิชาการไทยคนหนึ่ง ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จดหมายฉบับนี้จะมิใช่เพียงการชี้แจงต่อความคลาดเคลื่อนแต่เป็นสะพานที่เชื่อมความเข้าใจระหว่างกัน ระหว่างสื่อมวลชน นักวิจัย และประชาชน ผู้ที่ล้วนต้องการเห็นบ้านเมืองนี้เดินไปบนพื้นฐานของ “ข้อเท็จจริงและมิตรไมตรี”
ขอขอบคุณคุณสรยุทธและทีมงานที่เปิดพื้นที่ให้ความจริงได้กลับคืนสู่สังคมไทยอย่างสง่างามด้วยความเคารพอย่างสูง และด้วยจิตแห่งอภัยทาน



