เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. หมอเจด หรือ นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการภารกิจด้านอำนวยการ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

ได้โพสต์ข้อความระบุว่า

ช่วงที่ฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูง หลายคนเริ่มมีอาการไอบ่อย คัดจมูก แสบคอ เหนื่อยง่าย ผิวแห้งหรือปวดหัว ทั้งหมดคือสัญญาณว่าร่างกายกำลังเจอ “ภาระฝุ่น” มากเกินไปโดยไม่รู้ตัว แม้เราจะหนีฝุ่นไม่ได้ 100% แต่เราลดการดูดซึม ลดการสะสม และช่วยให้ร่างกายกำจัดพิษฝุ่นออกได้จริง วันนี้ผมรวบรวมวิธีที่ทำได้ทันทีและได้ผลที่สุดมาฝากครับ

1. ใส่หน้ากากที่กัน PM 2.5 ได้จริงทุกครั้งที่ออกจากบ้าน

ก่อนออกจากบ้านควรเลือกเป็นหน้ากาก N95 / KF94 ที่กระชับหน้า ไม่มีช่องรั่ว เพราะฝุ่นขนาดเล็กจะเล็ดเข้าจากขอบหน้ากากง่ายมาก คนที่ไอเรื้อรัง ภูมิแพ้ หรือมีโรคปอดอยู่เดิม ยิ่งต้องใส่ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร การป้องกันตรงนี้ช่วยลดฝุ่นเข้าสู่ปอดได้มากกว่า 80% และลดโอกาสเกิดการอักเสบของทางเดินหายใจอย่างชัดเจนครับ

2. เปิด–ปิดบ้านให้ถูกเวลา และใช้เครื่องฟอกอากาศให้ถูกวิธี

หลายคนเปิดหน้าต่างตอนเช้าที่คิดว่าช่วยถ่ายเทอากาศได้ดี แต่จริง ๆ เป็นช่วงที่ค่าฝุ่นสูงกว่าในบ้าน ควรปิดหน้าต่างช่วงเช้า เปิดเฉพาะตอนค่าฝุ่นลง (มักเป็นสาย–บ่าย) และเปิดเครื่องฟอกอากาศที่มี HEPA filter ตลอดช่วงที่อยู่ในห้อง ถ้าอยากให้ได้ผลจริงต้องเปลี่ยนไส้กรองตามกำหนด ห้องนอนควรเป็นพื้นที่ปลอดฝุ่นที่สุด เพราะเราหายใจยาว 6–8 ชั่วโมงทุกคืนครับ

3. กินอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบจากฝุ่น

ฝุ่น PM ทำให้เกิดอนุมูลอิสระสูง ส่งผลให้เซลล์หลอดเลือด ปอด และผิวอักเสบได้ง่าย อาหารที่ช่วยลดผลกระทบได้ดีคือผักผลไม้สีสด เบอร์รี ชาเขียว ขมิ้น มะเขือเทศ บรอกโคลี และปลาที่มีโอเมก้า-3 หรือแอสตราแซนธิน ซึ่งการกินผัก ผลไม้สีเขียว–สีส้ม–สีม่วงทุกวัน จะช่วยให้ร่างกายกำจัดพิษฝุ่น ลดการอักเสบ และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายในไม่กี่วันครับ

4. ดื่มน้ำให้มากขึ้นกว่าปกติ 20–30% เพื่อช่วยร่างกายขับฝุ่น

เวลาฝุ่นเข้าสู่ร่างกายจะไปสะสมในเมือก ทางเดินหายใจ และบางส่วนถูกดูดซึมเข้าสู่เลือด การดื่มน้ำเพิ่มจะช่วยให้ร่างกายขับของเสียได้เร็วขึ้น บางคนดื่มไม่ถึง 1 ลิตรต่อวัน ทำให้เมือกเหนียว หลอดลมอักเสบง่าย แนะนำให้ดื่ม 1.5–2 ลิตร และจิบน้ำทั้งวัน ไม่ใช่ดื่มทีเดียวปริมาณมาก จะดีที่สุดโดยเฉพาะคนที่คอแห้ง เจ็บคอบ่อย หรือรู้สึกเหนื่อยง่ายช่วงฝุ่นสูงครับ

5. ออกกำลังกายในที่ปิด ไม่วิ่งนอกบ้านช่วงฝุ่นหนัก

การออกกำลังกายกลางแจ้งช่วงฝุ่นสูงเท่ากับ “สูดฝุ่นเข้าไปลึกขึ้นหลายเท่า” เพราะเวลาหายใจแรง อัตราการดึงฝุ่นเข้าสู่ปอดจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด เลี่ยงการวิ่งหรือปั่นจักรยานกลางแจ้ง เปลี่ยนมาทำในร่ม เช่น เดินลู่ โยคะ HIIT เบา ๆ ในห้องที่มีเครื่องฟอกอากาศ ช่วยให้ได้ออกกำลังครบ แต่ไม่ต้องแลกกับการอักเสบของปอดและหลอดเลือดครับ

การรับมือ PM 2.5 ที่ดีที่สุดคือ “กันก่อน ลดสะสม และช่วยร่างกายขับออก” ครับ ใส่หน้ากากที่กันฝุ่นได้จริง ใช้เครื่องฟอกให้ถูกวิธี กินอาหารลดการอักเสบ ดื่มน้ำให้พอ และออกกำลังกายในที่ปิด วิธีง่าย ๆ เหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงภูมิแพ้กำเริบ หลอดลมอักเสบ ผิวไหม้ฝุ่น และลดผลกระทบต่อหัวใจ–หลอดเลือดได้จริง ทำต่อเนื่องไม่กี่วันอาการจะดีขึ้นชัดเจนเลยครับ