เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายการโหนกระแส วันที่ 4 ธันวาคม 2568 ดำเนินรายการโดย หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ได้มีการโฟนอินสัมภาษณ์เปิดใจ “ข้าวโพด สมิทธินันท์” เพื่อนสนิทของ นานา ไรบีนา และเป็นหนึ่งในผู้เสียหายคนสำคัญ โดยข้าวโพดเปิดเผยทั้งน้ำตาถึงความสัมพันธ์กว่า 8 ปี ที่ต้องพังทลายลง โดยระบุว่า ตนรักนานาและครอบครัวมาก เปรียบเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน
ข้าวโพด เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นเกิดจากนานามาชักชวนให้ร่วมลงทุน โดยอ้างว่ารู้จักกับแหล่งทุนที่สามารถนำเงินไปปล่อยต่อและได้ผลตอบแทนสูง 4-7% ด้วยความไว้ใจจึงโอนเงินไปลงทุนเรื่อยมา โดยทำหน้าที่เหมือนเสมียนคอยจดบัญชีตามที่นานาสั่ง แต่ยืนยันว่าเงินก้อนหลักที่โอนไปนั้นเป็นการ “ลงทุน” ไม่ใช่การให้กู้ยืมตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง
ประเด็นสำคัญที่ถือเป็นจุดแตกหักที่ทำให้ “ข้าวโพด สมิทธินันท์” มั่นใจว่าถูกเพื่อนรักหลอกลวง คือเรื่องราวของ “เช็ค 5 ใบ” ที่ถูกนำมาเปิดเผยในรายการโหนกระแส โดยเหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่ นานา ไรบีนา พยายามจะยื้อความเชื่อใจจากกลุ่มเพื่อนผู้เสียหายที่เริ่มทวงถามเงินคืน โดยนานาได้นำเช็คจำนวน 5 ใบ ซึ่งมียอดเงินระบุรวมกว่า 200 ล้านบาท มาวางแสดงต่อหน้าเพื่อนๆ พร้อมอ้างว่า นี่คือเช็คค้ำประกันที่ได้รับมาจาก “นายทุน” หรือบุคคลที่สามที่นำเงินไปปล่อยกู้ เพื่อยืนยันว่าเงินต้นทั้งหมดของเพื่อนๆ ยังอยู่ครบและไม่ได้หายไปไหน ทำให้ในตอนแรกกลุ่มเพื่อนรู้สึกเบาใจลง

แต่หลังจากกลับออกมาจากบ้านของนานา ข้าวโพดเล่าว่าตนนอนไม่หลับและสังหรณ์ใจ จึงตัดสินใจลุกขึ้นมาตรวจสอบข้อมูลเช็คทั้ง 5 ใบนั้นด้วยตัวเองในวันรุ่งขึ้น จนกระทั่ง “โป๊ะแตก” เมื่อพบความจริงว่า เช็คเหล่านั้นไม่ได้เป็นของนายทุนหรือแหล่งเงินกู้ปริศนาที่ไหน แต่ชื่อเจ้าของบัญชีสั่งจ่ายบนเช็คคือ “นายปริญญา อินทชัย” หรือ “เวย์” สามีของนานานั่นเอง ซึ่งขัดแย้งกับเรื่องเล่าที่นานาพยายามสร้างขึ้นมาว่าเงินอยู่ที่คนอื่น
ยิ่งไปกว่านั้น ในรายละเอียดบนตัวเช็ค ข้าวโพดยืนยันด้วยความมั่นใจในฐานะเพื่อนที่สนิทกันมาถึง 8 ปีว่า แม้ตนจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญหรือตำรวจ แต่ตนจำลายมือของเพื่อนได้แม่นยำ โดยระบุว่า “ลายเซ็น” ที่ปรากฏอยู่บนเช็คทั้ง 5 ใบนั้น เป็นลายเซ็นของ “นานา” ที่เป็นคนเซ็นด้วยตัวเอง ส่วนรายละเอียดตัวอักษรอื่นๆ บนหน้าเช็ค มารู้ภายหลังว่าเป็นลายมือของพนักงานบัญชีบริษัทที่ถูกสั่งให้เขียน ซึ่งพนักงานคนดังกล่าว ก็ได้ติดต่อมาสารภาพกับข้าวโพดในภายหลัง หลักฐานชิ้นนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันสำคัญที่ทำให้ข้าวโพดเชื่อว่า เรื่องราวการนำเงินไปลงทุนกับผู้อื่นนั้นเป็นเรื่องโกหก และเงินทั้งหมดน่าจะวนเวียนอยู่ภายในครอบครัวของนานาและสามีเท่านั้น
ขอบคุณเพจ โหนกระแส



