เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงการป้องกันอัคคีภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ในการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ว่า การป้องกันเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ทั้งบ้านเรือนและอาคาร เนื่องจากปัจจุบันเป็นที่น่าสังเกตว่า มีผู้เสียชีวิตในอาคารและบ้านเรือนมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจจะเกิดจากสาเหตุการแจ้งเตือนที่ล่าช้า จึงฝากถึงผู้อำนวยการเขตต้องเข้มข้นในเรื่องของการตรวจสอบพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเป็นพิเศษเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม
และในปีนี้ช่วง 7 วันเฝ้าระวังช่วงเทศกาลปีใหม่ จะไม่มีการตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์เหมือนที่ผ่านมา แต่จะเป็นการประสานความร่วมมือของระบบจากกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของสำนักงานเขตและ กทม. ซึ่งปฏิบัติการร่วมกันตลอด 24 ชม. ในช่วงเวลาดังกล่าว และผู้อำนวยการเขตก็สามารถใช้งานระบบนี้ได้ โดยจะยกระดับและจัดตั้งเป็นศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เมื่อมีเหตุที่คาดว่าจะมีความเสี่ยงสูง เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 12/2568 สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) ได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2569 ขึ้น เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ รวมถึงประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ในการจัดตั้งกองอำนวยการร่วมฯ และจัดทำแผนป้องกันฯ ในพื้นที่ในช่วงจัดงานเทศกาล ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการสร้างกรอบแนวทางการปฏิบัติงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน
โดยแผนปฏิบัติการนี้แบ่งขั้นตอนออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ขั้นเตรียมการก่อนเทศกาล ขั้นปฏิบัติการช่วงเทศกาล และขั้นปฏิบัติการหลังเทศกาล วัตถุประสงค์สำคัญคือการลดความเสี่ยงจากอันตรายที่มาจากการผลิต สะสม และการเล่นดอกไม้เพลิงหรือโคมลอย พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์
นอกจากนี้ กทม. ยังเตรียมออกประกาศบังคับใช้มาตรการห้ามการจุดหรือปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล และโคมลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยเด็ดขาด ซึ่งมาตรการดังกล่าวยังรวมถึงการขอความร่วมมือจากสถานประกอบการ และเชิญชวนให้ประชาชนงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อความปลอดภัยในช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ โดยแผนปฏิบัติการป้องกันฯ ขณะนี้อยู่ระหว่างนำเสนอผู้ว่าฯ กทม. เพื่อพิจารณาลงนาม.



