เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ความคืบหน้าการดำเนินโครงการขุดตรวจทางโบราณคดี บริเวณกำแพงเมืองนครราชสีมา ด้านทิศตะวันออก (พลล้านต้านปัญจา) ริมถนนพลล้าน เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา และ เทศบาลนครนครราชสีมา รวมระยะเวลา 20 วัน (20 ก.ค.–8 ส.ค. 69)
นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ นำทีมเจ้าหน้าที่ คนงาน และนักศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ร่วมกันปักหลักขุดตรวจทางโบราณคดีบริเวณหลุมขนาด 2.5 × 11.5 เมตร
แม้ช่วง 2 วันแรก ทีมขุดตรวจจะต้องเผชิญกับซากโถสุขภัณฑ์และขยะมูลฝอย เนื่องจากหน้าดินเดิมเคยเป็นที่ตั้งของบ้านพักข้าราชการสังกัดกระทรวงสาธารณสุข แต่ทุกคนก็ไม่ย่อท้อ จนกระทั่งขุดลงไปที่ระดับความลึก มากกว่า 2 เมตร และได้ขุดพบซากกำแพงเมืองนครราชสีมา สมัยอยุธยา ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าทางวิชาการครั้งสำคัญที่สุดในรอบ 20 ปี สร้างความยินดีให้กับทีมงานเป็นอย่างมาก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเก็บรายละเอียดและตกแต่งหลุมอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อโบราณวัตถุ

การสำรวจชั้นดินบริเวณ “โนนพลล้าน” ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2567 เพื่อขยายองค์ความรู้ทางโบราณคดีและศึกษาร่องรอยมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยมีข้อมูลไทม์ไลน์สำคัญดังนี้:
ขุดพบโครงกระดูกโบราณ: ในปี 2567 เคยขุดพบโครงกระดูกมนุษย์รวม 11 โครง (สมัยสำริด 5 โครง และสมัยเหล็ก 6 โครง) พร้อมภาชนะเครื่องปั้นดินเผา สอดคล้องกับข้อสันนิษฐานว่าบริเวณนี้เคยเป็นพื้นที่ฝังศพยุคก่อนประวัติศาสตร์ช่วงอายุ 1,500–2,400 ปี (สมัยสำริดช่วงอายุ 2,194–2,544 ปี)
หลักฐานเชื่อมโยงอารยธรรม: ขุดพบเครื่องประดับทองคำจากโครงกระดูกมนุษย์ ซึ่งเมื่อวิเคราะห์องค์ประกอบธาตุพบว่ามีสัดส่วนทองคำตรงกับแหล่งโบราณคดีร่วมสมัยในคาบสมุทรภาคใต้ของไทย สะท้อนถึงการติดต่อเชื่อมโยงข้ามภูมิภาคในอดีต
นอกจากการขุดตรวจวิชาการแล้ว โครงการนี้ยังยกระดับหลุมขุดค้นให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชน เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้เข้าชมและร่วมทดลองปฏิบัติงานจริง เพื่อสร้างความตระหนักและหวงแหนมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ พร้อมจัดนิทรรศการข้างหลุมขุดตรวจในหัวข้อ “สืบร่องรอยมนุษย์โบราณเมืองนครราชสีมา ผ่านหลักฐานทางโบราณคดี” เพื่อสรุปผลงานวิชาการให้ชุมชนเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น



