แม้ว่าคนไทยกว่า 65 ล้านคนจะสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และกว่า 51 ล้านคนใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเข้าถึงดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็วและสร้างโอกาส แต่การเติบโตนี้ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ถูกแสวงหาผลประโยชน์ทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ปัญหาด้านความปลอดภัยไซเบอร์ถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย
ทรู คอร์ปอเรชั่น เทคคอมปานีไทย ร่วมกับ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด จัดทำ โครงการ True CyberSafe x TrueMoney Hackathon Thailand 2025” ได้เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป และบริษัท Startup สร้างสรรค์นวัตกรรมด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืน การสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยจากอาชญากรรมออนไลน์ โดยได้รับความร่วมมือจากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเปิดประสบการณ์และชื่นชมผลงานนวัตกรรมจากพลังความคิดสร้างสรรค์นวัตกรไทยได้ที่เฟซบุ๊ก True Lab

ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าสายงานด้านความยั่งยืนองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ข้อมูลอาชญากรรมออนไลน์ชี้ให้เห็นว่า เด็กตกเป็นเหยื่อของการถูกแสวงหาผลประโยชน์ทางออนไลน์ โดยมี คดีอาชญากรรมออนไลน์ที่เกิดกับเด็กกว่า 9,800 เคส และมีคดีการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทางอินเทอร์เน็ตสูงถึง 346 คดี
นอกจากนี้ ผู้สูงอายุยังคงตกเป็นเหยื่อของการถูกหลอกลวงทางการเงิน โดยมี การแจ้งเหตุอาชญากรรมออนไลน์ที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุมากกว่า 40,000 กว่าเคส ซึ่งอัตราการตกเป็นเหยื่อเพิ่มสูงขึ้นถึง 22% ดังนั้น ปัญหาความปลอดภัยของไซเบอร์จึงไม่ใช่แค่ความเสี่ยง แต่เป็นสิ่งที่ต้องช่วยกันแก้ไขอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามในขณะที่ วิกฤตด้านความปลอดภัยไซเบอร์ยังคงดำเนินอยู่ แต่วิกฤตนี้ก็เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ โดยมีการคาดการณ์ว่า มูลค่าการลงทุนด้าน cyber security ในประเทศไทยในปี 2025 จะสูงถึง 18,000 ล้านบาท นอกจากนี้ องค์กรต่างๆ เช่น True ได้มีการพัฒนา True Cyber Safe เพื่อป้องกันภัยไซเบอร์ให้กับคนไทยด้วยเหตุนี้ โครงการ Cyberspace X Tooney Thailand 2025 จึงได้เชิญชวนเยาวชนคนรุ่นใหม่ ประชาชนทั่วไป และธุรกิจ Start up ของไทย มาร่วมกันพัฒนานวัตกรรมด้าน Cyber Security
จาก 89 ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันทั่วประเทศ ในที่สุดก็ได้มีการคัดเลือก 6 ทีมสุดท้าย ที่ได้สร้างสรรค์โซลูชันเพื่อปกป้องคนไทยจากภัยไซเบอร์ ความสำเร็จนี้เป็นผลลัพธ์ของความร่วมมือระหว่าง True, True Money, ภาครัฐ และสถาบันการศึกษา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังของคนรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อสังคม
“มีการคาดการณ์ว่า แนวคิดนวัตกรรมที่ถูกนำเสนอโดยทีมเหล่านี้จะสามารถ ป้องกันภัยไซเบอร์สำหรับผู้ใช้งานกว่า 530,000 คนได้ภายในปีแรก และจะสร้าง ผลตอบแทนทางธุรกิจกว่า 290 ล้านบาทต่อปี นี่คือพลังของคนรุ่นใหม่ที่จะสร้างประโยชน์ต่อประเทศได้อย่างยั่งยืน ”
วันที่ 4 ธ.ค.68 ได้ประกาศรางวัลสำหรับทีมชนะเลิศม ผู้ชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร และผู้ได้รับรางวัลขวัญใจสื่อมวลชน เงินรางวัล มูลค่า 5,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร

ทีม Scamtify – AI ค้นหาและตรวจจับเพจปลอมบนโซเชียล มีเดีย พร้อมแจ้งเตือนลูกค้าทรูที่เสี่ยงถูกหลอก เพื่อแก้ไขปัญหาคนไทยโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ถูกหลอกลวงจากการเข้าถึงเพจปลอมบนโซเชียล มีเดีย โดยตั้งเป้าหมายช่วยปกป้องผู้ใช้งานได้ 360,000 คน (3% ของสถิติผู้เป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์บน Facebook) ในปีแรก



ผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท และประกาศนียบัตร ได้แก่ทีม Sudo Protect Me – เราเตอร์อัจฉริยะ ควบคุมเวลาใช้งาน พร้อมวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานรายบุคคล เพื่อแก้ไขปัญหาเยาวชนไทยตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกลวงทางออนไลน์ จากการเข้าถึงเว็บไซต์การพนันออนไลน์ และเว็บไซต์อนาจาร ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถช่วยปกป้องบุตรหลาน และคนในครอบครัวมีความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าหมายสามารถป้องกันมากกว่า 10,000 ครัวเรือนในปีแรก


ผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 20,000 บาท และประกาศนียบัตร ได้แก่ทีม แพรวา No.1 – AI ตรวจจับบทสนทนาทางโทรศัพท์ว่าเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ ด้วยแนวคิดปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อแก้ไขปัญหาคนไทยโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุมีปัญหาการถูกหลอกลวงจากการติดต่อผ่านการคุยโทรศัพท์ โดยตั้งเป้าหมายลดผู้เสียหายถูกหลอกลวงได้มากกว่า 2,500 คน ในปีแรก



