ต่อมาเวลา 09.25 น. วันที่ 6 ธ.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร กองบิน 56 จังหวัดสงขลา ก่อนเดินทางต่อด้วยรถยกสูงของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ไปศูนย์ ปภ. เขต 12 จังหวัดสงขลา จากนั้นเวลา 09.50 น. นายกฯ เดินทางถึงศูนย์ ปภ. เขต 12 จังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมร่วมกับภาครัฐและเอกชนถึงแผนการฟื้นฟูหาดใหญ่ 

โดยนายกฯ กล่าวว่า​ วันนี้ทุกๆ ท่านที่อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้คือผู้ที่ได้ร่วมกันเข้ามาแก้ไขปัญหาในเรื่องสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อำเภอหาดใหญ่​ จังหวัดสงขลา จึงต้องขอขอบคุณทุกคนที่เสียสละ ต่อสู้กับภัยพิบัติเหล่านี้เพื่อประชาชน ยังมีความอดทนให้สถานการณ์พัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ ตามที่ได้มีการประกาศให้พื้นที่อยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน และได้มีการยกระดับการจัดการสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา มีความจำเป็นที่จะต้องบูรณาการความร่วมมือทั้งหมด​ ขณะนี้เชื่อว่าสถานการณ์เริ่มที่จะคลี่คลาย และลดความรุนแรงทั้งหลายก็อยู่ในสภาวะที่สามารถควบคุมได้​ทั้งหมดแล้ว ตนจึงได้ประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดสงขลา​ และได้มีคำสั่งลดระดับการปฏิบัติการสาธารณภัย จากระดับ 4 หรือระดับ 3 ต้องขอบคุณทุกความร่วมมือทุกฝ่าย ตนยืนยันว่าตั้งแต่เข้ามาแก้ไขปัญหาในพื้นที่ในฐานะนายกฯ มีความมั่นใจและรู้สึกได้เลยว่าความร่วมมือของทุกๆ หน่วยงานเป็นไปด้วย ความพร้อมเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเป้าหมายเดียวกัน ในการขจัดภัยความทุกข์ของประชาชน 

นายกฯ ยังกล่าวขอบคุณผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ที่ได้ทำหน้าที่บัญชาการสถานการณ์​ฉุกเฉิน​ และได้ร่วมการบริหารสถานการณ์ทั้งหมดได้เป็นอย่างดี พร้อมกับขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด​ นายก อบจ.​ นายกเทศบาล อธิบดีทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องที่ลงมาบัญชาการอยู่ในพื้นที่ และทุกๆ ท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเรามีความร่วมมือ​ และสามารถที่จะคลี่คลายสถานการณ์ไปได้ อย่างไรตาม ​ตอนนี้เป็นการเข้าสู่โหมดของการฟื้นฟู ในช่วงที่จะต้องให้ความใส่ใจเพิ่มขึ้นก็คือเรื่องของการฟื้นฟู เท่าที่ได้ติดตามสถานการณ์มา ได้ดำเนินการไปมากพอสมควรแล้ว​ ทั้งน้ำประปาและไฟฟ้าเข้าถึงทั้งหมดแล้ว แต่ก็มีเรื่องของการซ่อมแซมระบบต่างๆ อยู่เล็กน้อย

นายกฯ​ ยังกล่าว​เน้นย้ำว่า เรื่องของการบริหารจัดอาหารของประชาชน​ ถ้าเขายังต้องการความช่วยเหลืออยู่​ ขอให้ดูแลไปอีกสักระยะหนึ่ง อย่าให้มีปัญหาเรื่องอาหารการกิน ขณะที่เรื่องขยะ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยกันขนย้ายเพื่อไปทำลาย แต่ก็ยังเก็บไม่ทันต่อให้มีการระดมทรัพยากรมาก เนื่องจากเป็นขยะที่อยู่ในบ้าน และช่วงที่ประชาชนกลับเข้าไปในบ้าน​ ก็ไปทำความสะอาดบ้านเรือน ก็นำขยะออกมากองด้านหน้า ขอทีมงานอย่าท้อถอย ตนเชื่อว่าในการดำเนินขยะจะลดน้อยลงตามลำดับ จึงขอให้ใช้เวลาในช่วงหนึ่งสัปดาห์นี้ พยายามกำจัดขยะที่มีจำนวนมาก โดยเฉพาะเร่งเก็บในช่วงกลางคืน

นายกฯ กล่าวอีกว่า ขณะที่การบริการด้านสาธารณสุข บริหารกระทรวงสาธารณสุข​ ได้สร้างความมั่นใจ ว่าจะมีการดูแลเรื่องสุขอนามัย​ ประชาชนจะต้อง​ไม่ขาดยา​ และบุคลากรทางการแพทย์​ ตลอดจนวางแผนเฝ้าระวังเรื่องโรคระบาดที่มาจากน้ำ และโรคติดเชื้อ ที่อาจจะมาเนื่องจากมีการหมักหมมสะสมของขยะเหล่านี้อยู่​ ส่วนเรื่องของการดูแลเยียวยาค่าปลงศพผู้เสียชีวิต ทางกระทรวงสาธารณสุข​ ได้มีแนวทางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอให้เร่งดำเนินการชันสูตรพิสูจน์อัตลักษณ์ และเร่งดำเนินการเบิกจ่ายให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมกันนี้ ขอให้ได้ดูแลสุขภาพจิตประชาชน เพราะว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ทำให้ประชาชนเกิดภาวะซึมเศร้า ขอให้ทางกรมสุขภาพจิต นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา​ ได้ดูแลใกล้ชิด ขณะที่การเคลียร์เส้นทางการจราจร ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลัง เร่งเคลียร์พื้นผิวการจราจรให้กับประชาชนให้มากที่สุด​ ถนนหลวงเส้นหลัก ขณะนี้ได้เคลียร์รถออกจากพื้นที่ไปได้จำนวนมากแล้ว แต่ส่วนที่ยังหาเจ้าของไม่เจอ ขอให้ดำเนินการนำไปเก็บในพื้นที่ปลอดภัย 

นายกฯ กล่าวต่อว่า จังหวัดสงขลา ได้ทำการจ่ายค่าเยียวยาให้กับประชาชนไปจำนวนมากพอสมควร ถ้าเราสามารถเร่งพิสูจน์เรื่องของการสำรวจได้ ก็จะสามารถเร่งจ่ายเงินเยียวยาได้ และจากนี้ไปก็จะต้องดูในเรื่องของการสำรวจความเสียหายของบ้านเรือน ซึ่งตนเน้นย้ำว่า​ บ้านเรือนไม่ใช่ทรัพย์สิน เนื่องจากเราจะมีค่าซ่อมแซมบ้านตามกฎหมายที่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ ไม่ใช่การเหมาจ่ายรายหัว​ แต่เป็นการสำรวจความเสียหายของแต่ละบ้านเรือน ซึ่งได้รับทราบว่ากรมโยธาธิการและผังเมือง ได้นำผู้ที่ทำงานมาสำรวจความเสียหายบ้านเมือง ค่าซ่อมแซมบ้านเรือนเคหสถานให้กับประชาชนโดยเร็ว จากนี้เป็นต้นไป จะมีการตั้งกองบัญชาการและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติส่วนหน้า โดยใช้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 จังหวัดสงขลา​ ขณะนี้ลดจากระดับ 4 มาเป็นระดับ 3 ตนมอบหมายให้นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย ซึ่งกำกับดูแล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ และขอให้นายภาสกร​ บุญรักษ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้กำกับควบคุมพื้นที่ ขอให้ทุกหน่วยงานได้คงความร่วมมือต่อไปและทำงานอย่างเต็มกำลังในการฟื้นฟูสถานการณ์

นายกฯ กล่าวอีกว่า สภาพโดยรวมทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา ตนและผู้บัญชาการทั้ง 3 เหล่าทัพ​ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ​ รวมถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ​ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว​ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี​ ที่ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ 100 ล้านบาท ให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ ได้รับมอบเช็คเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะสามารถเข้าบัญชีได้ในวันที่ 7 ธ.ค. นี้ ตนขอให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด​ และปลัด​ได้นำพระราชทรัพย์ที่ได้รับพระราชทาน ทำประโยชน์สูงสุด ในการฟื้นฟูโรงพยาบาลหาดใหญ่ให้กลับมาบริการประชาชนได้อย่างเต็มที่ และได้ทราบมาว่า โรงพยาบาลหาดใหญ่ ก็มีงบประมาณในการที่จะซ่อมแซมและฟื้นฟูระดับการให้บริการตั้งไว้อยู่แล้ว การได้รับพระราชทรัพย์มาสมทบ จึงขอแจ้งให้ทุกคนทราบและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ​ ว่าการทำงานความทุ่มเทของทุกคน​ ความทราบถึงพระเนตรพระกรรณ พระราชทานคำชื่นชมต่างๆ มามากมายให้กับพื้นที่ที่ปฏิบัติหน้าที่

โดยในช่วงท้ายของการประชุม​ นายศิวัฒน์ สุวรรณวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา กล่าวกับนายกฯ ถึงปัญหาว่าผลการประชุมของสมาคมฯ เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมา ว่ามีมติให้รัฐบาลช่วยเหลือในการสูบน้ำ และเติมน้ำสะอาดเข้าพื้นที่โรงแรม เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนให้มีที่พักพิง แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ โดยนายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ว่าการการประปาภูมิภาค (กปภ.) ได้เข้ามาอยู่ในที่ประชุมแล้ว จะขอให้ใช้เวทีนี้ในการช่วยกันหาทางออกต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงพื้นที่ในวันเดียวกันนี้ ที่น่าสังเกตว่านายกฯ มีอาการเจ็บคอ และไอเล็กน้อย รวมถึงมีเสียงแหบระหว่างการประชุมด้วย โดยผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯ มีอาการเจ็บคอใช่หรือไม่ นายกฯ พยักหน้ารับ พร้อมตอบว่า ใช่.