เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่รัฐสภา นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข วุฒิสภา พร้อมด้วย นพ.วีระพันธ์ สุวรรณามัย สว. ในฐานะรองประธาน กมธ. แถลงถึงการบิดเบือนข้อเท็จจริงกรณี สว. เตรียมเสนอให้ยกเลิกสิทธิรักษาพยาบาลบัตรทอง 30 บาท
โดย นพ.ประพนธ์ กล่าวว่า หากปล่อยให้สังคมเป็นแบบนี้ สังคมจะไม่น่าอยู่ จึงจำเป็นต้องออกมาชี้แจงต่อสาธารณะ ยืนยันว่ากรณีดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง จากการอภิปรายในวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของรัฐบาล ซึ่งในการอภิปรายในการแถลงนโยบายรัฐบาล ตนและ นพ.วีระพันธ์ ได้อภิปรายต่อโครงสร้างของระบบหลักประกันสุขภาพ แต่ไม่เคยเสนอให้ยกเลิกสิทธิการรักษาพยาบาลของประชาชนแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งในการอภิปรายในครั้งนั้น ได้มีการเสนอต่อรัฐสภาใน 2 เรื่อง คือ ปัญหาเชิงโครงสร้างงบประมาณของระบบบัตรทอง ที่ปัจจุบันโรงพยาบาลของรัฐจำนวนมาก กำลังเผชิญกับปัญหาสภาพคล่องอย่างรุนแรง ท่ามกลางข้อสังเกตเรื่องการจัดสรรงบประมาณในลักษณะ 2 มาตรฐาน งบค่ารักษาผู้ป่วยในของโรงพยาบาลที่เป็นแบบปลายปิด และบางโครงการกลับเป็นงบประมาณแบบปลายเปิด และเลือกประเด็นธรรมาภิบาลในการบริหารระบบ ซึ่งตั้งข้อสังเกตเรื่องโครงสร้างของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าบุคคลบางรายสามารถดำรงตำแหน่งในบอร์ด หรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องในระบบต่อเนื่อง เป็นเวลานานผ่านการสลับตำแหน่งกันไปมา ซึ่งประเด็นนี้ในการอภิปราย ไม่ได้มีเจตนาในการโจมตีบุคคลใด แต่เป็นข้อเสนอให้ระบบมีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และสามารถตรวจสอบได้
“ผมไม่เคยลดสิทธิประชาชนหรือคิดจะลดสิทธิประชาชนแม้แต่ข้อเดียว แต่สิ่งที่พูดมาตลอดคือต้องการทำให้ระบบมีงบประมาณที่สอดคล้องกับต้นทุนจริง ไม่เช่นนั้นโรงพยาบาลของรัฐจะเป็นฝ่ายล้มก่อน และผู้ที่รับผลกระทบที่สุดคือประชาชน” นพ.ประพนธ์ กล่าว
นพ.ประพนธ์ กล่าวยืนยันว่า ไม่มี สว. คนใดมีความคิดที่จะยกเลิกบัตรทอง ดังนั้นการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ ไม่เพียงแต่เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง แต่ยังทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก และเข้าใจผิดต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ ซึ่งขณะนี้ทาง สว. และผู้เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลและหลักฐาน หากพบว่ามีการเผยแพร่ข้อมูล โดยเจตนาและก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณะ จำเป็นต้องพิจารณาดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย สิ่งที่เรากำลังทำคือการเสนอให้ปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพให้โปร่งใส มีธรรมาภิบาลและมีความยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนยังคงได้รับการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต ประชาชนไม่ควรถูกทำให้ตื่นตระหนก ด้วยข้อมูลที่บิดเบือน เพราะข้อเท็จจริงคือ สว. กำลังทำหน้าที่ตรวจสอบ และเสนอแนวทางพัฒนาระบบบัตรทองให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น



