สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อกลางสัปดาห์นี้ว่า หลังจากที่นักวิจัยเสร็จสิ้นการศึกษาเกี่ยวกับร่องรอยของไดโนเสาร์ที่ถูกค้นพบเมื่อหลายสิบปีก่อนในหมู่บ้านอู่หลี่ มณฑลเสฉวนของจีน เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 สำนักข่าวของจีนก็เปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าสนใจของก้อนหินที่เก็บร่องรอยของสัตว์โลกล้านปีเหล่านั้นไว้

หนังสือพิมพ์ Guangming Daily รายงานว่า เมื่อปี 2541 ขณะที่พี่น้องตระกูลติงกำลังขุดเหมืองหิน พวกเขาพบหินที่มี “รอยเท้าคล้ายตีนไก่” จึงนำมาใช้เป็นหินปูทางเดิน

หมู่บ้านอู่หลี่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ตั้งอยู่ในเมืองจื้อกงซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามของ “บ้านเกิดของไดโนเสาร์จีน” ในเสฉวนใต้

ช่วงทศวรรษ 1970 – 1980 เมืองจื้อกงมีชื่อเสียงเนื่องจากกลายเป็นแหล่งฟอสซิลไดโนเสาร์ยุคกลางจูราสสิกที่ต้าซานผู่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบซากฟอสซิลไดโนเสาร์และสัตว์มีกระดูกสันหลังถึง 200 ชนิด รวมถึงสัตว์จำพวกเทอโรซอร์ (Pterosaurs) หรือสัตว์เลื้อยคลานบินได้ที่หายาก รวมถึงหนังของไดโนเสาร์ โดยมีการสร้างพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว

ในปี 2560 หลังจากที่ผู้คนในท้องถิ่นให้ความสนใจในเรื่องไดโนเสาร์มากขึ้น ลูกสาวของหนึ่งในสองพี่น้องตระกูลติงได้โพสต์ภาพถ่ายของก้อนหินที่มีผิวหน้าแบนเรียบเหล่านี้บนโลกออนไลน์ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับที่มาของพวกมัน

ภาพถ่ายดังกล่าวเผยให้เห็นรอยกรงเล็บที่แหลมคม รอยประทับทรงกลม และร่องรอยเป็นเส้นตรงบางส่วน ซึ่งดึงดูดความสนใจของคนจากพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์อย่างมาก

หนึ่งเดือนต่อมา นักวิจัยยืนยันว่าก้อนหินเหล่านี้คือ ฟอสซิลที่มีรอยเท้าไดโนเสาร์ประทับอยู่ จากนั้น เมื่อได้รับการอนุมัติจากครอบครัวติง ตัวอย่างฟอสซิลเหล่านี้จึงถูกขนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์เพื่อทำการวิเคราะห์

เมื่อไม่นานมานี้ นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนได้เผยแพร่ผลการค้นพบเกี่ยวกับฟอสซิลจากหมู่บ้านอู่หลี่ในวารสาร Journal of Palaeogeography

การศึกษามุ่งเน้นไปที่แผ่นหินแปดแผ่น ซึ่งมีรอยเท้าทั้งหมด 413 รอย โดยมีอายุย้อนกลับไปถึงยุคจูราสสิกตอนต้น หรือประมาณ 180 – 190 ล้านปี

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่ารอยเท้าส่วนใหญ่เป็นของไดโนเสาร์ขนาดเล็กจำพวกกรัลเลเตอร์ (Grallator) และยูบรอนเตส (Eubrontes) พวกเขาสันนิษฐานว่าไดโนเสาร์เหล่านี้ใช้ท่าเดินพื้นดินที่คล้ายกับนกในปัจจุบัน โดยสามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 5.8 – 8.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นอกจากนี้ นักวิจัยยังพบร่องรอยการลากหางที่หายากบนก้อนหินด้วย 

ศาสตราจารย์ซิงลี่ต้าจากมหาวิทยาลัยธรณีศาสตร์แห่งประเทศจีน กรุงปักกิ่ง กล่าวว่ารอยเหล่านี้อาจเกิดจากไดโนเสาร์ที่กำลังเคลื่อนที่ช้าๆ เพื่อหยุดสังเกตสิ่งต่างๆ หรือเพื่อแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวข่มขู่

การค้นพบนี้ได้สร้างความตื่นเต้นบนโซเชียลมีเดียของจีนเป็นอย่างมาก ชาวเน็ตรายหนึ่งกล่าวว่า “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่น้องคู่นี้เหยียบย่ำรอยเท้าไดโนเสาร์มาหลายปี ฉันก็ดีใจที่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบร่องรอยเหล่านี้ที่เผยให้เห็นประวัติศาสตร์โบราณของโลก”

ส่วนชาวเน็ตอีกรายแสดงความเห็นว่า “เสฉวนไม่ได้มีชื่อเสียงแค่หม้อไฟรสเผ็ดเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่มีการค้นพบไดโนเสาร์ที่สำคัญอีกด้วย”

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : QQ.com