การสู้รบปะทะกันตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา กลับมาอีกครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ชีวิต และทรัพย์สิน ตลอดจนภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะภาคการค้าชายแดนซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจในหลายจังหวัด

ข้อมูลล่าสุด การค้าชายแดนไทย-กัมพูชาในรอบ 10 เดือนของปี 2568 เผชิญกับสถานการณ์ที่ผันผวนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปีที่มูลค่าการค้าดิ่งลงอย่างรุนแรง เนื่องจาก ผลกระทบจากการสู้รบตามแนวชายแดนและการปิดจุดผ่านแดน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบโลจิสติกส์และการเคลื่อนย้ายสินค้า

สรุปสถานการณ์รวม 10 เดือน

ในรอบ 10 เดือน (มกราคม-ตุลาคม) มูลค่าการค้าชายแดนไทย-กัมพูชารวม 95,554 ล้านบาท ลดลง 36.68% โดยมีมูลค่าการส่งออก 72,844 ล้านบาท ลดลง 36.68%  และการนำเข้า 22,710 ล้านบาท ลดลง 30.32% ทำให้ไทยยังคงได้เปรียบดุลการค้ากว่า 50,135 ล้านบาท  

ตารางแสดงมูลค่าการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ปี 2568 (แยกรายเดือน)

นี่คือตารางสรุปมูลค่าการค้าและอัตราการเติบโตรายเดือนเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (%YoY) ที่แสดงให้เห็นความผันผวนอย่างชัดเจน (หน่วย: ล้านบาท)

ปีเดือนมูลค่ารวม%YoY (รวม)ส่งออก%YoY (ส่งออก)นำเข้า%YoY (นำเข้า)ดุลการค้า
2568ม.ค.15,4921.8%12,4646.9%3,028-14.9%9,435
2568ก.พ.15,59415.0%11,98212.6%3,61223.7%8,371
2568มี.ค.18,21916.7%13,6828.8%4,53749.5%9,145
2568เม.ย.15,30716.5%12,09711.1%3,20943.1%8,888
2568พ.ค.16,1107.0%12,8526.2%3,25810.4%9,595
2568มิ.ย.10,908-23.3%8,961-23.8%1,946-20.9%7,015
2568ก.ค.376-97.5%370-97.0%6-99.8%364
2568ส.ค.10-99.9%7-99.9%3-99.9%4
2568ก.ย.11-99.9%11-99.9%-100.0%11
2568ต.ค.9-99.9%9-99.9%-100.0%9

หากวิเคราะห์ผลกระทบจากการปิดด่านและการสู้รบ

มูลค่าการค้าแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างสุดขั้วระหว่างครึ่งปีแรกกับครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากสถานการณ์ความไม่สงบ และการสู้รบ โดยประเมินผลกระทบเบื้องต้นในช่วง 10 เดือน หากเฉลี่ยยอดการค้าชายแดนที่ตกเดือนละ 15,000 ล้านบาท ทั้ง 2 ประเทศ มีการค้าที่หายไปแล้ว 55,000-60,000 ล้านบาท

ช่วงก่อนวิกฤติ (มกราคม-พฤษภาคม)

  • การเติบโตที่แข็งแกร่ง: มูลค่าการค้ารวมอยู่ในระดับสูง 15,000-18,219 ล้านบาท ต่อเดือน และมีการเติบโตเป็นบวกสูงถึง 15.0 -16.7% ในช่วง ก.พ.-เม.ย. สะท้อนถึงการฟื้นตัวและความต้องการสินค้าตามปกติ
  • การนำเข้าเติบโตสูง: การนำเข้าของไทยมีอัตราการเติบโตที่โดดเด่น โดยเฉพาะเดือน มี.ค. และ เม.ย. ที่ขยายตัว 49.5% และ 43.1% ตามลำดับ

ช่วงวิกฤติ (มิถุนายน-ตุลาคม)

  • มิถุนายน หลังมีการประกาศปิดด่านเพื่อดูแลความมั่นคงในช่วงปลายเดือนมิถุนายน มูลค่าการค้าลดลงต่ำกว่า 11,000 ล้านบาท และเริ่มหดตัวที่ -23.3% ซึ่งเป็นสัญญาณแรกของการเริ่มเผชิญกับอุปสรรคทางการค้า
  • กรกฎาคม  : มูลค่าการค้ารวม ดิ่งลงอย่างรุนแรง เหลือเพียง 376 ล้านบาท หดตัวถึง -97.5% นี่คือจุดที่ชัดเจนที่สุดที่แสดงว่ากิจกรรมการค้าส่วนใหญ่ต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากมาตรการควบคุมพื้นที่และการปิดด่าน
  • สิงหาคม-ตุลาคม  การค้าหยุดนิ่ง มูลค่าการค้าลดลงเกือบเป็นศูนย์ เหลือเพียง 9-11 ล้านบาท ต่อเดือน และมีการหดตัวถึง -99.9% การนำเข้า ในเดือน ก.ย. และ ต.ค. เป็นศูนย์ (-100.0% YoY) ซึ่งยืนยันว่า การขนส่งสินค้าข้ามแดนแทบจะหยุดนิ่งโดยสิ้นเชิง

 การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา 4 ด่านสำคัญ  

ด่านศุลกากร (ฝั่งไทย)ยอดส่งออก (ล้านบาท)ยอดนำเข้า (ล้านบาท)
1. อรัญประเทศ (คู่ ปอยเปต)43,89116,604
2. คลองใหญ่ (คู่ จามเยียม)14,0831,891
3. จันทบุรี (รวม บ้านแหลม/ผักกาด)13,2351,497
4. ช่องจอม1,2102,244

สินค้านำเข้าสำคัญ (จากกัมพูชาเข้าไทย):

  • ผักและของปรุงแต่งจากผัก
    • เศษอะลูมิเนียม
    • ลวดและสายเคเบิล

สินค้าส่งออกสำคัญ (จากไทยไปกัมพูชา):

  • เครื่องดื่ม (ไม่มีแอลกอฮอล์, อัดลมปรุงรส)
    • เชื้อเพลิง (น้ำมันดีเซล, น้ำมันสำเร็จรูป)
    • รถยนต์และส่วนประกอบ

ผลกระทบหลัก:

  • ความเสียหายต่อผู้ประกอบการ: ผู้ประกอบการส่งออก-นำเข้าขนาดกลางและขนาดย่อมที่พึ่งพาการค้าชายแดนได้รับผลกระทบโดยตรงจากการขาดสภาพคล่องและการไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้
  • ปัญหาโลจิสติกส์: การปิดจุดผ่านแดนสำคัญทำให้เกิดความล่าช้าอย่างมาก และต้องหาเส้นทางอื่นในการขนส่ง ซึ่งเพิ่มต้นทุนและความเสี่ยง
  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น: การค้าชายแดนเป็นแหล่งรายได้หลักของจังหวัดชายแดนหลายแห่ง เมื่อการค้าหยุดชะงัก ย่อมส่งผลกระทบต่อการจ้างงานและเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างรุนแรง