วงการบันเทิงช็อกอีกครั้ง เมื่อ “เป็กกี้ ศรีธัญญา” หรือ “ดรุณี สุทธิพิทักษ์” พิธีกรและนักแสดงอารมณ์ดี ได้มาเปิดใจอย่างหมดเปลือกกลางรายการ “คุยแซ่บshow” ช่อง One31 หลังมีหมายศาลฟ้องร้องขอแบ่งทรัพย์สินจากอดีตคนรักที่เลิกรากันไปนานเกือบ 2 ปี ซึ่งทำให้เธอเกิดอาการเครียดและแพนิคกำเริบอย่างหนัก

โดยเธอ เผยว่า “สำหรับที่หมายศาลมาอยู่หน้าบ้าน คือวางอยู่บนโต๊ะกินข้าวเลยค่ะ กลับจากทำงานเห็นมีตราครุฑ มีอยู่ปึกหนึ่ง เป็นศาลจากมีนบุรี เปิดไปปึกหนามาก มีรูปทรัพย์สินต่างๆ รายละเอียดเยอะมาก ตอนนั้นจิตตก ตัวเย็น ตัวซีดไปแล้ว ไม่รู้ทำไง ตัวสั่นไปหมด กลัว คิดในใจว่าเรื่องมาถึงขั้นนี้ได้ไง กลัวว่าเราจะรับมือเรื่องนี้ได้ไง เราตัวคนเดียว ญาติพี่น้องก็ไม่มี เราจะทำยังไง ดำเนินการ 1, 2, 3 คืออะไร เป็กก็เพิ่งผ่านเรื่องราวความบอบช้ำมา เพิ่งฟื้นตัวในระยะนี้เอง ที่ฟื้นจริงๆ 100 เปอร์เซ็นต์ในไม่กี่เดือน ก็คิดว่าอีกแล้วเหรอ

ส่วนอาการตอนนี้คือไม่ไว้ใจคน ไม่มั่นใจในผู้คน ไม่มั่นใจในตัวเองว่าเราดีพอมั้ย ภาพลักษณ์เราคือผู้หญิงเก่ง สตรอง แข็งแรง ไม่น่าสงสารอยู่แล้ว โดยทุนเดิมโคตรไม่น่าสงสาร แต่เรื่องราวชีวิตของเป็ก พอมองย้อนกลับไป เป็กสงสารตัวเอง (ร้องไห้) มากๆ เก่งแล้วที่มาถึงทุกวันนี้ เก่งมากแล้วจริงๆ เลย (ร้องไห้) แล้วก็อีกแล้วเหรอ เหนื่อยไม่จบไม่สิ้นอีกแล้วเหรอ แล้ว 4 เดือนที่ผ่านมา เพิ่งกลับมาเป็นเป็กกี้คนเดิม หลายคนไม่เคยทราบมาก่อนว่าเป็กเจออะไรมา วันนี้ก่อนเข้ารายการก็มือไม้สั่นอยู่ ข้อความในหมายศาล มันพูดถึงเรื่องการแบ่งทรัพย์สิน มีรายละเอียดเยอะเลย

ตอนแรกที่โทรฯ หาทนายแก้ว เขาบอกถ่ายรูปมาให้ดูหน่อย ก็ถามว่าต้องถ่ายเหรอคะ มันเยอะมากเลย พอถ่ายปึกที่มันหนาขนาดนั้นส่งให้ทนาย เขาบอกว่าโห ละเอียดยิบเลย ละเอียดยิบๆ จริงๆ ของบางอย่างเราขายไปแล้วด้วยซ้ำ อย่างเรื่องทอง เป็กเทรดทองซื้อมาขายไป บางทีมันเป็นห้วงเวลาของทอง เราก็ถ่ายรูปไว้บันทึกหน่อยว่าเราอยู่ในห้วงเวลานี้ด้วยของการตลอดเปลี่ยนแปลง เขาก็เอามาทุกรอบเลย จริงๆ มันเป็นเงินหมุนเวียน ซึ่งไม่ได้ซื้อเก็บ ซื้อเพื่อเป็นกำไรค่ากับข้าว”

เป็กกี้ เล่าต่อว่า “ณ ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันในส่วนของเขา เป็กว่าเขาได้ไปแล้ว ทีนี้เห็นหรือเปล่าอันนี้ไม่รู้ เห็นแต่สิ่งที่ไม่ได้หรือว่าสิ่งที่ได้ไปแล้วไม่เห็น อันนี้ไม่มั่นใจ ถ้าบอกว่าเขาเป็นคนที่ทำมาหากินกับเป็ก ถ้าเป็กมานั่งเป็นพิธีกร เขาก็ต้องมานั่งสัมภาณ์แขกกับเป็กสิ เวลาไปถ่ายงานในสตูยืนขาแข็งทั้งวันทั้งคืน เขาก็ต้องไปยืนด้วยกัน อันนี้ไม่ใช่ หน้าที่เขาก็คือไปส่งเป็กที่สตูแล้วก็ทิ้งเป็กไว้ทำงานอยู่ตรงนั้นทั้งวี่ทั้งวัน เย็นกลับมารับ บ่อยครั้งกลับไปรับช้า สตูปิดหมดแล้วบางครั้งเป็กต้องอยู่กับ รปภ. เป็กมีพยานในหลายๆ รายการ

ทนายแก้วบอกว่าทรัพย์สินที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นสินสมรส แต่เป็นการทำมาหากินร่วมกัน และมีการแบ่งจ่ายไปเรียบร้อยแล้ว ในฐานะลูกจ้างบริษัท คือทุกคนทำงานก็ต้องได้เงิน เป็กก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่เอาเปรียบคน เงินเดือนก็มีอยู่แล้ว ในฐานะลูกจ้างของบริษัท เวลาอยู่ด้วยกัน อย่าลืมว่าเวลาอยู่ด้วยกัน เป็กเป็นคนจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าประกันชีวิต จ่ายให้หมด เวลาไปเที่ยว ตัวเขาหรือครอบครัว เป็กเป็นคนไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่มีครอบครัวอยู่แล้ว เป็กก็หอบไปด้วยทุกที่ ไปเที่ยวกันได้เลย ทานข้าวทุกอย่างเป็กจ่ายหมด และทุก 3 ปี เป็กมีเงินปันผลให้ เป็กว่าบริษัทเป็กเป็นบริษัทที่ดูแลพนักงานเกินความจำเป็นไปเยอะมาก

ยังมีให้เงินในวันเกิด วันสำคัญๆ อันนั้นก็แยกอีกต่างหาก แล้วก็เสื้อผ้า รองเท้า แกดเจ็ตต่างๆ ของเล่นหรืออะไรก็ตาม ชิ้นหนึ่งไม่ใช่ถูกๆ เป็นแสน กล้องโกโปร โดรนที่ใช้บิน เป็กได้เลย ตอนที่คบกับอดีตก็ให้เขารับงานให้เป็กด้วย ถือว่าเป็นการสร้างสัมมาอาชีพให้กับเขา มาอยู่ด้วยกันอยากให้ช่วยเหลือกัน เลยให้มือถือไป 1 เครื่องเพื่อรับงาน ซึ่ง ณ ปัจจุบันยังเป็นเครื่องเดิมเบอร์เดิม มีรายชื่อลูกค้าที่ติดต่อ มีธนาคารซึ่งเป็นอิเล็กทรอนิกส์แบงก์ที่เป็นชื่อของเป็กแล้วเงินมัดจำงานก็เข้ามาในนั้นให้คุณใช้ได้สะดวกมือได้เลย”

เป็กกี้ ต่อว่า “ตอนแรกที่เข้ามาทำความรู้จักกัน เข้ามาในฐานะการเป็นพนักงาน คือเป็กมาอยู่กรุงเทพฯ เป็นออกรายการตีสิบแล้วค่ะ เป็กมีภาพยนตร์ให้เล่น มีรายการช่อง 5 ให้ทำ มีทีวี มีอีเวนต์แล้ว เป็กตัดสินใจว่าเป็กมาอยู่กรุงเทพฯ แล้ว เป็กซื้อคอนโดฯ ดีกว่า เป็กเป็นคนต่างจังหวัด เวลาไปทำงานก็หลงทาง เพราะจีพีเอสไม่มี ใจก็คิดว่าอยากได้คนขับรถ แต่ระหว่างนั้นเป็กเป็นคนทำงานเก่งแต่ไม่ชอบทำงานบ้าน เป็กชอบจ้างแม่บ้าน แม่บ้านคอนโดฯ ที่เขามีให้ค่อนข้างติดต่อลำบากยาก ก็เลยถามเพื่อนที่กรุงเทพฯ ว่าสามารถหาแม่บ้านให้ได้มั้ย วันหนึ่งเพื่อนเจอเบอร์โทรศัพท์ตรงเสาไฟฟ้า ก็เลยเอาเบอร์โทรศัพท์คนนี้มาให้ เป็กก็เลยติดต่อแม่บ้านคนนี้ไปให้มาทำความสะอาดห้อง

แม่บ้านคนนี้คือแม่ของอดีตคนที่ฟ้องเป็กตอนนี้ ได้เจอแม่เขาก่อน มาเป็นแม่บ้าน ทำความสะอาดให้เป็ก เป็กก็หาคนรถอยู่ เขาบอกว่าลูกเขาไม่มีงานทำ ตกงานอยู่ แต่ลูกนิสัยดีนะ เป็กเลยบอกว่ามาเป็นคนขับรถมั้ยคะ จ้างเป็นครั้งก่อน ก็มาเป็นคนขับรถให้ เวลามีงานไปอีเวนต์ เพราะว่ามาสตูเป็กพอรู้ทางแล้ว ขับรถไปเฉพาะงานอีเวนต์ เป็กไม่ได้ดูแคลนอาชีพคนอื่น ทุกอาชีพเท่าเทียมหมด งานทุกงานเป็นงานที่มีเกียรติ ไม่ได้รู้สึกว่าเธอเป็นอย่างนั้น ฉันเป็นอย่างนี้ เราเองก็ปากกัดตีนถีบเหมือนกัน อยากมีชีวิตที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน พอผ่านช่วงเวลาขับรถกันมาเรื่อยๆ มันก็ใกล้ชิด ซึมซับกัน ก็เลยตกลงกันว่างั้นเรามาลองคบกันดูมั้ย ดูจากพื้นฐานแล้ว เธอก็เป็นคนดีนะ

ตอนมีปัญหาเรื่องหย่าตั้งแต่แรก เป็กไม่ค่อยพูดอะไรเลย เป็กว่าเราอยู่กับใคร เราก็อยากเชิดชูให้เขาดูดีที่สุดในทุกๆ โมเมนต์ โดยเฉพาะ ณ ตอนที่เขาเป็นคนของเรา เราไม่อยากให้ใครมาดูแคลนคนของเราได้ว่าเป็นใคร มาจากไหน พยายามทำให้คนของเราดูดีที่สุด เดินไปไหนด้วยกันสมเกียรติที่สุด อะไรที่พูดเชิดชูได้เราก็จะพูดเชิดชูให้ดีที่สุด ไม่ว่าเรื่องนั้นจะกี่เปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่ ณ วันนี้เป็กรู้สึกเป็กเจ็บซ้ำเจ็บซากมามากพอแล้ว เป็กเหนื่อยที่ต้องปกป้องใครแล้ว ณ ตอนนี้กำลังใจเฮือกนี้ของเป็ก เป็กเก็บไว้ปกป้องตัวเองเท่านั้น แค่นั้นเลยจริงๆ”

พิธีกรสาว เผยต่อว่า “ณ ตอนนี้ (ร้องไห้) เป็กขอปกป้องตัวเองเหอะ มีช่วงหนึ่งเป็กก็โดนชาวโซเชียลโจมตีเหมือนกัน ว่าทำไมพูดไม่จบ เรื่องนี้เป็กอยากจบแล้วเลย แต่มันก็มีแฮกไอคลาวด์ ไม่จบสักที จนเป็กป่วยเป็นแพนิค (ร้องไห้) ไม่ไหวแล้ว เป็กคิดว่าเป็กไหวมาตลอด มารู้ตัวอีกทีคือเป็กป่วยแล้ว เราไม่รู้ขนาดนี้เลยว่าเราไม่ไหว คิดว่าตัวเองเจ๋ง แข็งแรงมาตลอด สุดท้ายแล้ว โคตรอ่อนแอเลย (หัวเราะ) เป็กเลยรู้สึกว่าตอนนี้เป็กจะไม่ปกป้องใครแล้ว เป็กจะพูดให้หมดค่ะ

รอบนี้พบจิตแพทย์เป็นจริงเป็นจัง รอบแรกคิดว่าเราไหว แต่แพนิค ก็ไม่ไหว แต่มารอบนี้แพนิคกำเริบ คิดว่าไม่ได้แล้ว ก่อนที่มันจะไปไกล และมีผลกระทบกับงานเป็กมากกว่านี้ คือก่อนหน้านั้นเป็นแพนิคแล้ว เดิมทีเป็กเป็นโรคกลัวที่แคบอยู่แล้ว เพราะเคยไปติดในห้องน้ำเวลาไปร้องเพลงต่างจังหวัด แต่ไม่เคยกำเริบเลย กำเริบเวลาขึ้นลิฟต์บ้าง แต่เรารู้ เราก็เลี่ยงโดยไม่ขึ้นลิฟต์หรืออะไร แต่ตอนหลังโห แค่มัดผมแน่น ก็หายใจไม่ออก ให้แกะผมเดี๋ยวนี้ เป็กเคยไลฟ์สดอยู่แล้วมัดผมแน่น จิตตกหายใจไม่ออก เป็กฉี่แตกกลางไลฟ์ เข้าห้องน้ำไม่ไหว ฉี่แตก อึแตก ต้องเข้าห้องน้ำเดี๋ยวนี้ ต้องไปยืนแกะผม ถอดเสื้อผ้าโดยไม่มีอะไรติดตัวเลย ไปยืนกำมือ แล้วมาแต่งหน้าทำผมใหม่เพื่อมาทำงาน

ส่วนความรักครั้งนี้ เป็กก็ยังเชื่อนะคะว่าความรักเป็นสิ่งสวยงาม ณ เวลาที่ดีเราก็ดีกันมาก มีความสุขมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ในความเปลี่ยนแปลง เวลาทำให้คนเปลี่ยนแปลง หรือเวลาทำให้คนเผยความเป็นตัวเองออกมา เราก็ไม่รู้ แต่เราก็เสียดายความสัมพันธ์ เสียดายแทนเขาด้วย น่าจะเป็นเขานะที่อยู่ตรงนี้ ไม่อยากให้เป็นคนอื่นเลย อยากให้เป็นเขา แต่มันเป็นแบบนี้ไปแล้ว (ร้องไห้) เป็กก็ไม่สามารถที่จะให้อภัยใครได้ เรื่องการนอกใจ เป็กว่าเป็กทำงานเต็มที่แล้วเพื่อให้ครอบครัวดีมากๆ ทำไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพราะอยากให้ครอบครัวเจริญเติบโต เป็กก็ไม่ได้เป็นคนดิบดีอะไรหรอกค่ะ เป็กก็มีความด่างพร้อยในชีวิตมาเยอะแยะ แต่เมื่อเป็กเห็นโอกาสที่จะดีแล้ว เป็กก็ทำเต็มที่ให้มันดี ก็ได้แต่เสียดายแทน แล้วย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้ว”

เธอเล่าต่อว่า “ถามว่าอยากบอกเขามั้ย คือเหนื่อยแล้ว พอเหอะ เป็กไม่ได้แค่สงสารตัวเอง เป็กสงสารเขาด้วย สงสารครอบครัวใหม่ของเขาด้วย มันเลอะเทอะเปรอะเปื้อนกันไปหมด ลองทำงานดูค่ะ ลองเป็นหัวหน้าครอบครัวดู คุณจะได้รู้ว่ามันไม่ง่ายนะคะกับการที่ดูแลครอบครัวให้มีชีวิตที่ดี มันเหนื่อยนะคะ แต่เราก็มีความสุขค่ะถ้าครอบครัวเราเห็นอกเห็นใจในความเหนื่อยของเรา เราจะยิ่งมีความสุข ลองดูค่ะ เป็นกำลังใจให้จริงๆ อยากให้ลุกขึ้นมาทำเพื่อครอบครัว ไม่ว่าใครที่มีครอบครัวอยู่ ดูแลครอบครัวตัวเองให้ดี ดูแลครอบครัวตัวเองให้มีเกียรติยศ ให้น่าเคารพในความเป็นพ่อของคนๆ หนึ่ง ขอบคุณทุกคนที่เมตตาซัพพอร์ต เป็นกำลังใจให้กันมานานมาก ขอบคุณจริงๆ เพื่อนเขาก็เป็นคนดังกันหมดนะ จริงๆ ไม่ต้องคบเป็กก็ได้ แต่เขาให้เกียรติ เพื่อนก็เมตตากรุณา

ไม่ได้ด้อยค่าตัวเอง ไม่ได้ดูแคลน แต่ภูมิใจตัวเองที่มีเพื่อนที่เขาอยู่สูงกว่าเรา เขาดี รู้สึกภูมิใจ (ร้องไห้) เคยบอกให้หยุดพูดประโยคนี้สักที ที่บอกว่าให้เกียรติมาคบเขา คนเราเป็นเพื่อนกัน จะเป็นยังไง จะรวยจะจน ความเป็นเพื่อน คนที่เขารักกัน แม้ไม่เหลืออะไรเลย เขาก็ยังรักคุณ เรื่องที่เป็กเล่ายังไม่หมด แค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น กำลังใจสำคัญ”