เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมุ่งดูแลประชาชนผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ให้เข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างครอบคลุม รวมทั้งพัฒนาสิทธิประโยชน์บริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดสรรงบประมาณรองรับ โดยในปีงบประมาณ 2569 มีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นจากปี 2568 จาก 31.9 บาทต่อประชากร เป็น 63.24 บาทต่อประชากร
สิทธิบัตรทอง ในส่วนบริการการแพทย์แผนไทย ครอบคลุมบริการนวดไทย บริการประคบ บริการนวดและประคบ บริการอบสมุนไพร บริการพอกเข่า การฟื้นฟูสมรรถภาพมารดาหลังคลอด และการใช้ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ ขณะที่บริการการแพทย์ทางเลือก ครอบคลุมบริการฝังเข็ม หรือฝังเข็มร่วมกับการกระตุ้นไฟฟ้า สำหรับผู้ป่วยกลุ่มโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ นอกจากนี้ภายใต้สิทธิประโยชน์ยังมีบริการฟื้นฟูสมรรถภาพมารดาหลังคลอด จะให้บริการตามแนวเวชปฏิบัติด้านการแพทย์แผนไทย เพื่อช่วยส่งเสริมการฟื้นตัวของร่างกายมารดาหลังคลอด ลดอาการอ่อนล้า และช่วยให้กลับมามีสุขภาวะที่สมบูรณ์ได้เร็วขึ้น
“บริการแพทย์แผนไทยภายใต้ระบบบัตรทอง ไม่ใช่การเพิ่มทางเลือกในการรักษา แต่เป็นการผสานภูมิปัญญาไทยเข้ากับระบบบริการสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลที่ครอบคลุมทั้งการรักษา การฟื้นฟู และการส่งเสริมสุขภาพอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ประสงค์เข้ารับบริการ สามารถติดต่อหน่วยบริการประจำตามสิทธิ หรือหน่วยบริการในระบบ สปสช. ที่ให้บริการด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อรับการประเมินและเข้าสู่กระบวนการรักษาตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ต่อไป” น.ส.พลอยทะเล กล่าว



