โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พร้อมเปิดให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิสั่งอาหารผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี (Food Delivery) ได้แล้ว เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 นี้  ซึ่งปัจจุบันมีร้านอาหารทั่วประเทศเชื่อมระบบผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” และพร้อมให้บริการแล้วกว่า 88,198 ร้านค้า

แต่สำหรับใครที่ยังสงสัยไม่รู้ว่า จะใช้จ่ายซื้อฟู้ด เดลิเวอรี อย่างไร เดลินิวส์ พาไปดูกัน

 4 แพลตฟอร์มอะไรเข้าร่วม

  • GrabFood
  • LINE MAN
  • ShopeeFood
  • Robinhood

เตรียมให้พร้อมก่อนใช้สิทธิ

  1. แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”: ติดตั้งและอัปเดตให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
  2. เปิดใช้ G-Wallet: เปิดใช้งานให้เรียบร้อย เพราะระบบจะตัดเงินค่าอาหารผ่านช่องทางนี้เท่านั้น
  3. เติมเงินเข้า G-Wallet: เนื่องจากระบบจะตัดเงินทันทีเมื่อสั่งอาหารสำเร็จ (ไม่สามารถเลือกชำระเงินปลายทางสำหรับค่าอาหารได้)

ขั้นตอนการสั่งอาหาร

  • ขั้นตอนที่ 1: เข้าเมนูผ่านแอปฯ เป๋าตัง

เปิดแอปฯ เป๋าตัง แล้วกดที่แบนเนอร์ “ฟู้ดเดลิเวอรี” จากหน้าแรก หรือเข้าผ่านหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” จากนั้นให้เลือกแพลตฟอร์มเดลิเวอรีที่คุณต้องการใช้งาน

  • ขั้นตอนที่ 2: เลือกร้านและสั่งอาหาร

ระบบจะนำคุณเข้าสู่แอปฯ เดลิเวอรีที่เลือกไว้ ให้ทำการค้นหาร้านค้า เลือกเมนูอาหารที่ต้องการได้ทันที

  • ขั้นตอนที่ 3: จ่ายเงิน “แยกกัน” (ค่าส่ง กับ ค่าอาหาร)
    • จ่ายค่าส่งก่อน: ให้ชำระเฉพาะ ค่าบริการจัดส่ง บนแอปฯ ฟู้ดเดลิเวอรีตามช่องทางที่แพลตฟอร์มนั้นกำหนด
    • จ่ายค่าอาหารทีหลัง: เมื่อจ่ายค่าส่งสำเร็จ ระบบจะส่ง Notification (การแจ้งเตือน) มาให้ ให้คุณกดเพื่อกลับมาจ่าย ค่าอาหาร บนแอปฯ เป๋าตัง โดยยอดเงินจะหักจาก G-Wallet
  • ขั้นตอนที่ 4: ยืนยันรหัส PIN

ตรวจสอบยอดค่าอาหาร กดชำระเงิน ใส่รหัส PIN 6 หลักของแอปฯ เป๋าตังให้เรียบร้อย ระบบจะบันทึกสลิป ถือว่าเสร็จสิ้น กระบวนการ จากนั้นก็นั่งรออาหารมาส่งได้เลย!

ข้อควรรู้

  • ช่วงเวลาให้บริการ: สามารถใช้สิทธิได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น. เท่านั้น หากเข้าใช้งานนอกเหนือจากเวลานี้ ระบบจะแจ้งเตือนและไม่สามารถทำรายการได้
    • กฎเหล็ก 5 นาที! หลังจากที่คุณชำระค่าส่งบนแอปฯ เดลิเวอรีเสร็จแล้ว ต้องกดชำระค่าอาหารบนแอปฯ เป๋าตังภายใน 5 นาที หลังได้รับ Notification หากปล่อยไว้นานเกินกำหนด ระบบจะตัดสิทธิ์และยกเลิกออเดอร์นั้นทันที