เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 69 เวลา 08.30 น. ตามที่สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ประชาชนเข้าถวายสักการะ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม และบริเวณเต็นท์ด้านข้างศาลาลูกขุนใน ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน เวลา 08.30-16.00 น. ในการนี้ ได้จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย อีกทั้งสำนักพระราชวัง เปิดให้ราชสกุล คณะรัฐมนตรี องคมนตรี คณะทูตานุทูต ลงนามถวายความอาลัย ณ อาคารหน่วยราชการในพระองค์ เป็นวันแรก

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า พสกนิกรทุกหมู่เหล่าจากทั่วทุกสารทิศ แต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์ ต่างทยอยเดินทางมายังพระบรมมหาราชวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าถวายสักการะ และลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์

โดยมีคณะบุคคลสำคัญ ข้าราชการ องค์กรอิสระ สมาคม มูลนิธิ หน่วยงานภาครัฐ ผู้บริหารภาคเอกชน คณะครู นักเรียน และประชาชน อย่างเนืองแน่น ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ อาทิ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิร่วมใจต้านภัยเอดส์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กระทรวงคมนาคม มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

น.ส.จีรนันท์ เกษเวช ชาว กทม. เดินทางมาพร้อมกับลูกสาว 2 คน กล่าวว่า วันนี้ตนตั้งใจพาลูกสาวทั้งสองคนมาถวายสักการะและลงนามถวายความอาลัยพระองค์ภา หลังจากทราบว่า สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามาสักการะและลงนามถวายอาลัยเป็นวันแรก เนื่องจากตนและครอบครัวติดตามเฝ้ารับ-ส่งเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ อยู่บ่อยครั้ง แต่ลูกสาวทั้งสองคนยังไม่มีโอกาสเข้ารับเสด็จสักครั้ง จึงถือโอกาสนี้พาลูกสาวมาซึมซับพระกรณียกิจของพระองค์ภา ที่ส่งอุทิศตนเพื่อผู้ยากไร้ เด็กและสตรี อย่างหาที่สุดไม่ได้ เพื่อให้ลูกได้น้อมนำพระองค์ภาเป็นต้นแบบแห่งการทำความดีช่วยเหลือสังคม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ปรึกษาพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงว่า เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จทรงงานในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู ในตำแหน่งรองอัยการจังหวัด และอัยการจังหวัดประจำสำนักอัยการสูงสุด ในการนี้ เสด็จไปปฏิบัติธรรมที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมหนองน้ำเพชรมงคล ซึ่งในเวลาต่อมาได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า วัดพัชรกิติยาภาราม พระองค์ท่านทรงร่วมสร้างและพัฒนาพื้นที่วัดแห่งนี้ ด้วยพระวิริยอุตสาหะเพื่อขับเคลื่อนงานด้านพระพุทธศาสนา ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยทรงมีพระดำริให้พัฒนาพื้นที่ของวัด เพื่อใช้เป็นสถานที่ฝึกอาชีพให้แก่เด็กและเยาวชนที่เป็นกลุ่มเปราะบางรวมถึงกลุ่มอดีตผู้ติดยาเสพติด และผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษที่มีความประพฤติดี ให้ได้รับโอกาสในการพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน

ตนได้สนองพระดำริสมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยขับเคลื่อนแนวทางพระราชทานมาขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกิจกรรมบำบัดและสังคมบำบัด โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้ต้องขังและราษฎรในชุมชนได้เข้ามาทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำเกษตรกรรม ปลูกผักปลอดภัย การเลี้ยงสัตว์ เรียนรู้งานช่าง ตลอดจนการฝึกทักษะอาชีพเปิดร้านกาแฟในพื้นที่วัด ส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น โดยโครงการตามพระดำริ ณ วัดพัชรกิติยาภาราม แห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในโมเดลต้นแบบ ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดและคืนคนดีสู่สังคม ซึ่งหากมีการนำไปปรับใช้ในพื้นที่ที่มีศักยภาพและมีพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น ค่ายทหาร หรือวัด ชุมชนอื่นๆ ก็จะช่วยสร้างโอกาสและแก้ไขปัญหาสังคมได้ในอนาคต