นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวหลังนายกรัฐมนตรีสั่งการทบทวนเกณฑ์คัดกรองคุณสมบัติผู้เข้าร่วมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังมีกระแสต่อต้านจากสังคมอย่างหนักต่อเกณฑ์ลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูพ่อ-แม่ ว่า เรื่องนี้จะนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการบัตรประชารัฐเพื่อสังคม เพื่อพิจารณาความเหมาะสมตามขั้นตอน ซึ่งจะประชุมโดยเร็วที่สุด เพื่อให้แล้วเสร็จก่อนการประกาศผลการคัดกรองผู้มีสิทธิถือบัตรคนจนในวันที่ 17 ก.ค.นี้

“นโยบายสาธารณะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากรอบด้าน และพิจารณาจากข้อมูลความจำเป็นในปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันฐานข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมสรรพากร มีความน่าเชื่อถือและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ทำให้สามารถตรวจสอบการรั่วไหลของงบประมาณไปยังกลุ่มที่ไม่จนจริง ได้ดีกว่าในอดีต”

ส่วนการทบทวนเกณฑ์อื่น เช่น เรื่องภาระหนี้สินไม่เกิน 100,000 บาท หากมีปัญหาหรือเป็นข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรี ทางคณะกรรมการฯ ก็พร้อมที่จะรับไปทบทวนในคราวเดียวกัน โดยอำนาจการตัดสินใจสุดท้ายอยู่ที่คณะกรรมการฯ ซึ่งหากได้ข้อสรุปแล้วอาจนำเรื่องเข้าสู่ ครม.ตามขั้นตอนต่อไป

นายวินิจกล่าวถึงกรณีที่ผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีได้รับความเดือดร้อน มียอดขายลดลงจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสว่า รัฐบาลตระหนักดีถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับทุกกลุ่ม ซึ่งในรอบนี้ยอมรับว่าไม่มีใครไม่เดือดร้อน แต่เราจำเป็นต้องเร่งดูแลกลุ่มร้านค้าขนาดเล็กก่อน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ และมีความเปราะบาง หากกลุ่มเหล่านี้อยู่ไม่ได้ จะกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโดยรวม ดังนั้น เราต้องประคองให้ร้านค้าเหล่านี้อยู่รอด