ในระยะเวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้น นโยบาย Quick Win หรือนโยบายเร่งด่วนของนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ก็สำเร็จลุล่วง โดยเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.นายสุรศักดิ์ ได้แถลงผลงานหรือผลสำเร็จของนโยบาย Quick Win ในระยะเวลา 2 เดือน แบ่งเป็น 5 กลุ่ม
กลุ่มแรก “วิจัยติดดิน กินได้” จากโครงการ “โดรนคนละครึ่งพลัส สู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง” เพื่อช่วยเหลือภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ให้ได้ประโยชน์ 4 ลด คือลดต้นทุนการผลิต – ลดการใช้แรงงาน – ลดเวลาในการทำงาน – ลดความเสี่ยงสารเคมีต่อสุขภาพและ 4 เพิ่ม คือเพิ่มผลผลิตต่อไร่ – เพิ่มรายได้เกษตรกร – เพิ่มความแม่นยำในการพ่น/หว่าน – เพิ่มคุณภาพชีวิตเกษตรกรโครงการโดรนคนละครึ่งพลัสฯ เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา นำร่องใน 3 จังหวัด คือพระนครอยุธยา อ่างทองและปทุมธานี มีเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 3,300 ราย

กลุ่มที่สอง “วิทย์พิชิตภัย” ในสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ผมได้สั่งการให้จิสด้าใช้ดาวเทียมธีออส 1 และธีออส 2 รวมทั้งเครือข่ายโลก (Disaster Charter) ชี้พิกัดน้ำท่วม–จุดวิกฤตพร้อมกับส่ง “แผนที่นำทางน้ำท่วม” สนับสนุนการกู้ภัยแบบแม่นยำ ขณะเดียวกันให้ สสน. ใช้ “คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ ThaiWater” และ โทรมาตร วิเคราะห์/เตือนภัยล่วงหน้า 24–48 ชม.พร้อมจัดตั้ง War Room ชี้เป้าเมืองหาดใหญ่เพื่อติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องทั้งในช่วงน้ำท่วมและช่วงการฟื้นฟู

นอกจากนี้ ยังใช้ Traffy Fondue รวมคำร้องขอช่วยเหลือ เพื่อลดซ้ำซ้อนและไม่ให้มีการตกหล่นความช่วยเหลือจากภาครัฐ รวมทั้งใช้ GeoAI ช่วยฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ กู้วิกฤตน้ำท่วม และยังระดมทีมเทคโนโลยีให้การช่วยประชาชน

กลุ่มที่สาม “มหาวิทยาลัยสีเขียวสู่ Net Zero ปี 2050” โดยดำเนินการโครงการ “จากครัว…สู่เครื่อง” ด้วยการนำน้ำมันพืชที่ใช้แล้วมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืนร่วมกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) โดยมีเป้าหมายให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศเป็นกลไกสำคัญและเป็นต้นแบบในการจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ กระทรวง อว.ได้สนับสนุนการตั้งจุดรวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้วในมหาวิทยาลัยนำร่องกว่า 20 แห่งทั่วประเทศมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงอากาศยาน

กลุ่มที่สี่ “Upskill–Reskill ครั้งใหญ่” ช่วยคนตกงาน พลิกโฉมแรงงานไทยสู่ตลาดงานยุคใหม่ โดยกระทรวง อว.ได้เปิด Upskill-Reskill ผ่านมหาวิทยาลัย หน่วยวิจัย ศูนย์เรียนรู้และแพลตฟอร์มทั่วประเทศในสาขาที่มีความจำเป็นเร่งด่วน อาทิ ไมโครอิเล็กทรอนิกส์, วิทยาการข้อมูลเชิงพื้นที่,ระบบราง,ดิจิทัล & AI ด้านสุขภาพ เป็นต้น มีทั้งหลักสูตรเสริมทักษะเร่งด่วน หลักสูตรระยะสั้นแต่ได้ผลระยะยาว ผ่านหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ & บัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อช่วยคนตกงานกลับสู่ตลาดแรงงานและยกระดับแรงงานสู่แรงงานสมรรถนะสูง โดยในปี 2568 สามารถพัฒนาทักษะให้กับแรงงานรวม 543,646 คน

กลุ่มที่ห้า “AI LOVE U เร่งพลังอนาคตไทย Accelerating the Future” ผมได้ลงนามประกาศกระทรวง อว. เรื่อง “แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในหลักสูตรการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2568” เพื่อยกระดับการศึกษาให้ทันสมัย รองรับตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงเร็ว เป้าหมายคือสร้างบัณฑิตที่มีทักษะพร้อมใช้ AI เป็น ควบคู่กับการพัฒนาระบบนิเวศการศึกษาไทยให้ทันสมัย ประกาศนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค. 2568 เพียง 4 วันหลังจากที่ผมได้แถลงนโยบาย Quick Win
นอกจากนี้ ผมยังสนับสนุนการนำ AI มาใช้ประโยชน์ในหลายด้าน เช่น การเฝ้าระวังสุขภาพปอดเชิงรุกด้วย AI Chest X-ray เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงการตรวจสุขภาพปอดของประชาชนอย่างเท่าเทียม โดยจะขยายการใช้ AI Chest X-ray สู่ 300 โรงพยาบาล คัดกรองประชาชนในพื้นที่ห่างไกลมากกว่า 300,000 คน อีกทั้งโครงการ “AI คนละครึ่ง” ช่วยสนับสนุนค่าใช้บริการ AI ไทย 50% ให้บริษัทเจ้าของนวัตกรรมภายในเวลาไม่เกิน 1 ปี รวมถึงสนับสนุนโครงการ Super AI Engineer ซึ่งปีล่าสุดมีผู้สมัครกว่า 12,000 คน และก่อให้เกิดผลงานประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์หลายร้อยโครงการ
“ความพยายามทั้งหมดนี้สอดคล้องกับนโยบาย Quick Win ที่ผมได้เร่งผลักดันอย่างเต็มกำลัง เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และเพื่อให้กระทรวง อว. ก้าวสู่การเป็น กระทรวงแห่งปัญญา – โอกาสและ อนาคตอย่างแท้จริง” นายสุรศักดิ์ กล่าว



