ยังคงต้องจับตาและส่งกำลังใจให้ทหารไทยอย่างต่อเนื่อง สำหรับเหตุการณ์การปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะที่บริเวณ “ช่องอานม้า” จ.สุรินทร์ อีกทั้งเหตุที่เกิดขึ้น เป็นการสู้รบที่พุ่งเป้าไปที่ “จุดยุทธศาสตร์” สำคัญอย่างยิ่งยวดที่นักการทหารต่างให้ความสนใจ นั่นคือ “เนิน 350”
หัวใจของยุทธศาสตร์ “เนิน 350” ทำไมสำคัญที่สุด?
ท่ามกลางพื้นที่พิพาทหลายแห่งบริเวณชายแดน สิ่งที่ทำให้การปะทะครั้งนี้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์คือการพุ่งเป้าไปที่ “เนิน 350” ซึ่งเป็นจุดที่ตั้งอยู่บนแนวสันเขาพนมดงรัก ใกล้กับปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์
ชื่อ “เนิน 350” มาจากความสูงประมาณ 350 เมตรจากระดับน้ำทะเล และนี่คือเหตุผลที่มันถูกเรียกว่า “จุดสูงข่ม” (Commanding Height) ทางการทหาร เนินนี้มีความสูงโดดเด่นกว่าพื้นที่โดยรอบ ซึ่งมีความสูงเฉลี่ยเพียง 200-300 เมตร ทำให้ฝ่ายที่สามารถครอบครองเนินนี้ได้รับความได้เปรียบอย่างมาก ดังนี้
-การเฝ้าระวัง ทัศนวิสัยเหนือกว่า สามารถตรวจการณ์ความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามในพื้นที่ต่ำกว่าได้อย่างสมบูรณ์
-การวางกำลังอาวุธ เป็นตำแหน่งติดตั้งอาวุธยิงสนับสนุน เช่น ปืนใหญ่ หรือปืนครก เพื่อควบคุมพื้นที่ราบเบื้องล่าง
-การควบคุมพื้นที่ สามารถควบคุมเส้นทางลำเลียงเสบียงและการเคลื่อนย้ายกำลังพลทั้งหมด
หลักการทางทหารระบุไว้ชัดเจนว่า “ใครคุมที่สูงได้ ย่อมได้เปรียบในสนามรบ” การควบคุมเนิน 350 จึงเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินความได้เปรียบเหนือพื้นที่พิพาทโดยรอบปราสาทตาควาย

ปฏิบัติการตอบโต้ทำลาย “กระเช้าเนิน 350”
จากการปะทะที่ช่องอานม้าและการปะทะที่เพิ่มขึ้น ทำให้เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 68 กองทัพภาคที่ 2 ของไทยได้ปฏิบัติการตอบโต้เพื่อรักษาอธิปไตย โดยรายงานความสำเร็จในการทำลาย “กระเช้าเนิน 350” ซึ่งถูกฝ่ายกัมพูชาใช้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการควบคุมพื้นที่ใกล้ปราสาทตาควาย การทำลายฐานที่มั่นสำคัญนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าไทยจะไม่ยอมให้มีการคุกคามในพื้นที่อธิปไตย
สำหรับ “ปราสาทตาควาย” เป็นโบราณสถานขอมเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ แต่ในมุมมองทางทหาร ตัวปราสาทตั้งอยู่ในพื้นที่ต่ำกว่าเนิน 350 มาก ทำให้มีความเปราะบางและตกเป็นเป้าโจมตีได้ง่าย หากใช้เป็นฐานที่มั่น ซึ่งทาง พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกได้เคยให้ข้อมูลชี้ชัดว่า “เป้าหมายทางทหารที่แท้จริงคือการควบคุม เนิน 350 ที่อยู่เหนือกว่า”

เบี่ยงเบนแนวเขตสู่ผลประโยชน์ทางทรัพยากร
พื้นที่บริเวณเนิน 350 และปราสาทตาควายเป็น เขตพิพาท ที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดนอย่างชัดเจน และเคยเกิดการสู้รบสำคัญมาแล้วในเดือนเมษายน พ.ศ. 2554 ซึ่งในเรื่องนี้ ทาง พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ อดีตนายทหาร ได้วิเคราะห์ว่า วัตถุประสงค์หลักของกัมพูชาในการพยายามยึดจุดยุทธศาสตร์เหล่านี้ อาจไม่ใช่เพียงการครอบครองพื้นที่ปราสาทเท่านั้น “แต่เป็นการเบี่ยงเบนแนวเขตแดน ให้มุ่งไปทางอ่าวไทย โดยมีเป้าหมายที่แท้จริงคือผลประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรมหาศาล ในบริเวณรอบเกาะกูด” ซึ่งเป็นเดิมพันที่สูงกว่าคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของตัวปราสาทเอง
ดังนั้น การปฏิบัติการทางทหารเพื่อยึดคืนและทำลายฐานที่มั่นสำคัญบนเนิน 350 ในครั้งนี้ จึงเป็นการดำเนินการที่สำคัญยิ่งในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติในอนาคต!..



