เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 8 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์ภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ถ่ายภาพร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดไพลิน ประเทศกัมพูชา ว่า เป็นภาพเก่า ตั้งแต่ยังไม่มีปัญหาเรื่องชายแดน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และการเดินทางไปของนายอนุทินในเวลานั้น ตามภาพน่าจะเป็นในร้านอาหาร ถือเป็นเรื่องปกติ และคิดว่าเป็นสไตล์ของฝั่งนั้นอยู่แล้วที่ชอบใช้วิธีแบบสแกมเมอร์ที่จะเอามาแบล็กเมล์ ซึ่งนายกฯ ทราบเรื่องนี้แล้ว ไม่ได้มีความหวั่นไหวแต่อย่างใด ยังคงยืนยันหนักแน่นว่า เรื่องความสัมพันธ์เก่าๆ ไม่อาจเอามาเปรียบเทียบกับอธิปไตยของไทยได้ ดังนั้น การปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา ขอให้ประชาชนทุกคนมั่นใจได้ มั่นใจในกองทัพ และกระทรวงการต่างประเทศที่ได้ทำผลงานให้เราได้เห็นมาแล้วในหลายเวที และขอให้มั่นใจในตัวนายกฯ และรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ ไม่ได้ให้ค่าสมเด็จฮุน เซน ใช่หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า นายกฯ รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ไร้สาระ สิ่งที่เรามุ่งหวังวันนี้ มันไม่ใช่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำกับใคร แต่มันเป็นเรื่องอธิปไตยของชาติ เป็นเรื่องที่ตอนนี้คนไทยทั้งชาติรวมใจกัน อยากจะให้ตระหนักว่า วันนี้การที่ผู้นำของกัมพูชามาโพสต์ลักษณะนี้ต้องการอะไร ต้องการให้เกิดการโจมตีนายกฯ หรือไม่ ย้ำว่า ภาพนี้เป็นภาพเก่าที่นายอนุทินเดินทางไปกัมพูชาในอดีต ก่อนจะมีปัญหา
เมื่อถามว่า คิดว่าเขาจะมีภาพในสต๊อกเพิ่มอีกหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า มันคงไม่ได้มีปัญหาอะไร ถ้าดูจากภาพเป็นความสัมพันธ์ธรรมดา ไปร้านอาหาร ไปวัด ไม่ได้ไปเดินในห้องนอนเขา ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดขนาดนั้น
เมื่อถามย้ำว่า กังวลหรือไม่ว่าประชาชนอาจจะไม่เชื่อมั่นต่อรัฐบาล นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ก็เข้าใจได้ว่าประชาชนส่วนหนึ่งเชื่อมั่น และส่วนหนึ่งไม่เชื่อมั่น แต่อย่างไรก็ตาม ถือเป็นทัศนคติของแต่ละคน แต่อยากให้มั่นใจในทหารและกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อได้เห็นท่าทีเหล่านี้แล้ว นั่นแสดงว่ารัฐบาลซัพพอร์ตการดำเนินการเหล่านั้น
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้พรรคภูมิใจไทยถูกกล่าวหาว่าคนในพรรคไปลงทุนในกาสิโน จะถือโอกาสนี้แก้ข้อกล่าวหาเลยหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่หรอก เพราะการดำเนินการทั้งหมดมันเริ่มต้นจากฝั่งเขาก่อน มีการดำเนินการที่มุ่งหมายชีวิต ซึ่งจากภาพเราจะเห็นว่าภาพของทหารที่ถูกยิง ถ้าไม่มีเสื้อเกราะคงจะเสียชีวิตไปแล้ว ดังนั้น การโต้ตอบ แน่นอนว่าเรามีแสนยานุภาพมากกว่าเขา ซึ่งการโต้ตอบแต่ละครั้งหมัดต่อหมัดเท่ากัน น้ำหนักตัวเราเยอะกว่าเขา เขาเจ็บกว่าเราแน่นอน เรื่องนี้เป็นเรื่องของอธิปไตย เป็นเรื่องที่คาราคาซัง เป็นเรื่องที่คนไทยถามหลายครั้งว่าเมื่อไหร่จะจบสักที และรัฐบาลคิดว่าคราวนี้มันต้องจบ



