วันที่ 13 เม.ย. “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวคำปราศรัยเนื่องในประเพณีสงกรานต์ประจำปี 2569 ส่งความรัก และความปรารถนาดีมายังพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ปีนี้รัฐบาลมีเป้าหมายในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และผลักดันให้ประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทยเป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เพื่อให้ได้มาสัมผัสประสบการณ์อันน่าประทับใจโดยนำเสนอความหลากหลายของอัตลักษณ์ ประเพณีสงกรานต์ในแต่ละพื้นที่อันสะท้อนถึงมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษสู่คนรุ่นหลัง

จากกรณี “รมต.แต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ แต่งตั้ง “อาร์ท” วีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตผู้แทนการค้าไทย เป็นผู้แทนการค้าไทย และนายวีระพงษ์ลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่กระแสแฟนคลับพรรคก็ไม่พอใจการทาบทามข้ามพรรค
ช่วงค่ำ วันที่ 12 เม.ย. 2569 นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ภาพเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย คู่กับ “หัวหน้ามาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สมัยที่เนวินพา สส.กลุ่มเพื่อนเนวินย้ายขั้วมาสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่า หมายถึงเคยร่วมมือทางการเมือง การร่วมมือทางการเมืองเป็นเรื่องที่เคยทำกันมา ทำให้เสี่ยหนู ได้เข้ามาคอมเมนต์ใต้ข้อความพร้อมภาพถ่ายร่วมกับนายอภิสิทธิ์ว่า “เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน”
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ว่าตามความเป็นธรรม คุณศุภจีเองก็คงไม่เข้าใจ เพราะท่านไม่เคยบริหารพรรคการเมืองมาก่อน ถ้ารู้ว่าเรื่องนี้เลยเถิดท่านคงเปลี่ยนใจ แต่ถ้าเปลี่ยนใจช่วงนี้ ก็เหมือนลอยแพคุณวีระพงษ์ ก็ต้องเลยตามเลย เรื่องนี้ไม่ผิดกฎหมายอะไรหรอกครับ แต่เรื่องวัฒนธรรมทางการเมือง ก็อีกเรื่องหนึ่ง ยิ่งเป็นผู้บริหารพรรคการเมืองยิ่งต้องระลึกว่าทำอะไรได้บ้าง ทำไม่ได้บ้าง ยาวกันเลย

เรื่องนี้เปรียบง่ายๆ เหมือนคุณศุภจีมาแอบสึกพระในวัดกลางดึกล่ะครับ สบง จีวร บาตร เอาไปหมด ตอนเช้า หลวงพ่อเคาะประตูให้พระไปบิณฑบาตก็หายไปแล้ว จะว่าผิดกฎหมายก็ไม่ผิดอะไรหรอก เพียงแต่ไม่เกรงใจหลวงพ่อในวัดเลย ก็เท่านั้น เมื่อมันเริ่มต้นอย่างนี้ มันก็จบอย่างนี้แหละ หลวงพ่อพุทธทาส กล่าวว่า ‘ตถตา’ มันเป็นเช่นนั้นเอง”
มีกรณีคล้ายกัน คือ ครูจวง ปารมี ไวจงเจริญ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ออกจากพรรคไปช่วยงาน “รมต.กอล์ฟ” อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ และกองเชียร์พรรครุมด่าครูจวง ทำให้นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กว่า เมื่อคนๆ หนึ่งไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมืองใดในนามพรรค พรรคเองก็ไม่ได้มอบหมายหน้าที่ให้รับผิดชอบ ไม่ได้หารือถึงอนาคตใดๆ ร่วมกัน ไม่มีภารกิจใดๆ รออยู่ในเบื้องหน้า คนๆ นั้นก็ย่อมมีสิทธิที่จะไปทำงานอย่างอื่นที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ของตนเอง
การที่ไม่ลาออกให้ชัดเจนเสียก่อน ก็เป็นเรื่องที่สมควรที่จะถูกติติง แต่จะสรุปง่ายๆ ในทำนองที่ว่า ใครอยู่กับพรรคเดิมต่อก็คือมีอุดมการณ์ ใครออกจากพรรคไปก็คือทิ้งอุดมการณ์คงจะไม่ได้ การตั้งกรอบแบบนี้ แม้ว่าจะฟังดูชัดเจน และเด็ดขาด แต่ก็มีข้อที่น่าห่วงใยว่า จะเป็นการผูกขาดอุดมการณ์ให้ติดอยู่กับพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่ต่างจากการผูกขาดความดีไว้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ใครไม่ย้ายไปไหนคือดี คนที่ย้ายคือเลว

“ผมคิดว่าการที่จะทำให้อุดมการณ์ของพรรคเข้มแข็ง ตลอดจนมีการเผยแพร่และกระจายในวงที่กว้างขึ้น ครอบคลุมมากขึ้น เราจำเป็นต้องมีเส้นให้ชัด แต่ต้องไม่ปิดตัวเองจากความหลากหลายทางความคิด ต้องไม่ผลักให้ใครที่คิดต่าง หรือเลือกเส้นทางอื่นออกไปเป็นศัตรู ทั้งๆ ที่ความคิดที่แตกต่างออกไป หรือเส้นทางอื่นที่เขาเลือกนั้น ยังไม่ได้ล้ำเส้นของเราเลย เราไม่ควรคิดว่า มีแต่พรรคของเราเท่านั้นที่ดีที่สุด คนที่ออกจากพรรคเราคือพวกนอกรีต โดยที่ยังไม่ได้พิจารณาที่เนื้อหาสาระอะไรเลย การคิดอย่างนี้ อาจมีผลเสียที่ทำให้พรรคเล็กลงเรื่อยๆ
ภายในพรรคอาจมีการแบ่งแยกเป็นก๊กเป็นเหล่า กลุ่มของฉันคือของแท้ กลุ่มอื่นๆ คือของปลอม กลุ่มของฉันเคร่งในอุดมการณ์ที่สุด ส่วนกลุ่มอื่นๆ เหยาะแหยะ หละหลวม นอกจากนี้ ความคิดที่แข็งตัวจนเกินไป ในลักษณะที่ว่า ของแท้ต้องเป็นแบบนี้เท่านั้น หากผิดไปจากนี้เพียงเล็กน้อย ก็ถูกมองว่าเป็นของปลอมที่น่ารังเกียจ จะทำให้เราสูญเสียศักยภาพในการร่วมมือกับกลุ่มอื่นๆ แล้วอุดมการณ์ที่เรายึดถือ จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นผลสัมฤทธิ์ ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางสังคมที่เป็นรูปธรรมได้อย่างไร”
ที่ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 พ.อ.มานะ ปริญญาศิริ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ร่วมแถลงข่าวเหตุการณ์นำรถยนต์ของทางราชการในสังกัด กอ.รมน. จ.นราธิวาส ไปใช้ในการก่อเหตุถล่มยิง “แบแว” กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ (ปช.) ส่งผลทำให้คนขับรถและผู้ติดตามได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบริเวณหน้าบ้านพัก หมู่ 9 ถนนเพชรเกษม ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 20 มี.ค.

พล.ท.นรธิป กล่าวว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาการกระทำของเจ้าหน้าที่ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างละเอียด กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างเต็มกำลัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก พร้อมยืนยันกองทัพไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
พ.อ.มานะ ปริญญาศิริ กล่าวว่า รถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ คือ รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ หมายเลขทะเบียนญจ 6847 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถในงานธุรการของ กอ.รมน.จังหวัดนราธิวาส น.อ.มนตรี โตประเสริฐ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานบุคคลและส่งกำลังบำรุง ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ อนุญาตให้ ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ยืมรถไปใช้ส่วนตัวถึง 3 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายคือวันที่ 16 มี.ค. 2569 ซึ่งเป็นการยืมโดยไม่มีเอกสารอนุมัติและไม่แจ้งสถานที่ใช้งาน จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินของทางราชการทั้งหมด ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
น.อ.มนตรี กระทำเข้าข่ายความผิดวินัยร้ายแรง ฐานละเลยต่อหน้าที่ราชการ และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทางราชการ หน่วยได้ดำเนินการส่งตัว น.อ.มนตรี โตประเสริฐ กลับต้นสังกัด และเสนอให้กองทัพเรือดำเนินการสอบสวนวินัยร้ายแรงตามพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ. 2457 โทษสูงสุดถึงขั้นปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ
“ความผิดทางอาญา แบ่งออกเป็น 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ประเด็นที่ 1 เป็นไปตามพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนว่า น.อ.มนตรี มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุในการยิงนายกมลศักดิ์หรือไม่ อย่างไร ประเด็นที่ 2 กอ.รมน.นราธิวาสต้องจัดผู้แทนเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับ น.อ.มนตรี”
รายงานล่าสุดระบุว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว นายธนภัทร วัฒนภิญโญ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหามือปืนตามหมายจับได้แล้ว ขณะกำลังพยายามหลบหนีในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยการปฏิบัติการดังกล่าว อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาอีกราย คือ ร้อยเอกวิโรจน์ เกตุมณี ซึ่งยังอยู่ระหว่างการหลบหนี พร้อมทั้งขยายผลไปยังเครือข่ายและผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสั่งการก่อเหตุในครั้งนี้.
“ทีมข่าวการเมือง”



