กระทรวงพาณิชย์ ได้ประเมินการส่งออกปี 69 ว่าจะขยายตัวลดลง จนถึงติดลบ เมื่อเทียบกับปี 68 เนื่องจากปีนี้ไทยได้เร่งส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาค่อนข้างมาก เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดจากภาษีตอบโต้ ทำให้ฐานการส่งออกในปี 68 ขยายตัวเกินไปเป้าหมายไปมาก โดยคาดว่าทั้งปีจะมีมูลค่า 332,982-334,982 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 10.7-11.4%
“จากฐานการส่งออกปี 68 มีการขยายตัวสูง ขณะที่เศรษฐกิจโลกมีการชะลอตัว มีค่าเงินบาทแข็งเป็นแรงกดดัน ราคาน้ำมันดิบโลกมีการปรับตัวลดลง จึงได้มีการประมาณการณ์ปี 69 ส่งออกกรณีฐานอยู่ที่ประมาลบ 1% ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)”
กระทรวงได้ประเมินการส่งออกปี 69 ไว้เป็น 3 กรณี
- ส่วนแรกกรณีฐาน การส่งออกมีโอกาสติดลบ 1.0% มูลค่ารวมถึง 330,642 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกและคู่ค้าสําคัญ ชะลอตัวลง สอดคล้องกับปริมาณการค้าโลกที่ขยายตัวค่อนข้างต่ำ รวมถึงปัจจัยราคาและค่าเงินบาท เป็นแรงกดดันสําคัญต่อความสามารถในการแข่งขันและรายได้ในรูปแบบเงินบาท และราคาน้ำมันดิบโลกปรับลดลง จะส่งผลต่อมูลค่าส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน อีกทั้งการส่งออกปี 68 ขยายตัวสูงมาก เนื่องจากการเร่งนําเข้าของคู่ค้า เพื่อเลี่ยงกําแพงภาษี ทําให้คําสั่งซื้อปี 69 ลดลง ตามสต๊อกที่อยู่ระดับสูง
- สำหรับกรณีแย่ที่สุด มีโอกาสติดลบ 3.1% มีมูลค่ารวม 323,628 ล้านดอลลาร์ โดยการส่งออกไทยได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้า กําแพงภาษีสหรัฐรุนแรง และครอบคลุมวงกว้างกว่าที่คาดการณ์ จนกระทบห่วงโซ่อุปทานโลก ส่งผลให้ปริมาณการค้าโลกหดตัว ประกอบกับการชะลอตัวอย่างมากของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสําคัญโดยเฉพาะสหรัฐและจีน รวมถึงแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า และขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก ราคาสินค้าโภคกัณฑ์ปรับตัวลดลง จนกดดันมูลค่าการส่งออกรวมของไทย
- ส่วนกรณีดีที่สุด การส่งออกสามารถขยายตัวได้ดีที่สุด 1.1% หรือมูลค่า 337,655 ล้านดอลลาร์ หากเศรษฐกิจคู่ค้าสําคัญ เช่น สหรัฐ จีน อาเซียน ยุโรป ญี่ปุน ฟื้นตัวเร็วกว่าก็คาด และมาตรการการค้าสหรัฐ ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ สอดรับกับปริมาณการค้าโลกทั้งขยายตัว และมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ ไม่ได้รุนแรงและขยายวงกว้างอย่างทีกังวล ตลอดจนมีการลงทุนย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ เริ่มส่งผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เอไอ และยานยนต์ไฟฟ้า



