เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางกัมพูชาได้ระดมยิงจรวดหลายลำกล้อง BM-21 เข้าใส่พื้นที่ปราสาทตาควาย ช่องกร่าง เขตพื้นที่อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ จำนวนหลายชุดติดต่อกัน ได้ยิงเสียงอย่างชัดเจน และฝั่งไทยก็ได้มีการยิงปืนใหญ่โต้ตอบกลับไปอย่างหนักเช่นกัน โดยลูกจรวด BM-21 ของกัมพูชา ที่ยิงเข้ามาแบบไร้ทิศทาง ส่งผลทำให้ลูกจรวด BM-21 ตกลงมาในพื้นที่พลเรือนของไทย และตกตามป่ายางพาราของชาวบ้านจำนวนหลายลูก

โดยพื้นที่อำเภอกาบเชิง พบว่ามีกระสุนปืนใหญ่ของฝั่งกัมพูชา ที่ถูกยิงมาเพิ่มเติมบริเวณบ้านประชาชน สะเก็ดระเบิดกระจายทำลายตัวบ้านเสียหายเกือบทั้งหลังและสะเก็ดระเบิดยังไปโดนบ้านข้างๆอีก 1 หลัง เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเพราะไม่มีใครอยู่ในบ้าน ทางเจ้าของบ้านได้อพยพออกไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงฯ ก่อนเกิดเหตุ 1 วันแล้ว และตกที่ข้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.ตะเคียน อีกด้วย

ขณะเดียวกันในวันนี้ผู้สื่อข่าวได้พบกับคุณตาบาย กระโทก อายุ 90 ปี ซึ่งไม่ได้อพยพออกจากพื้นที่ อยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก โดยคุณตายืนยันอย่างหนักแน่นจะไม่ขอไปไหน ขออยู่ที่บ้านไปจนตาย หากอพยพออกไปก็จะลำบาก อยู่ที่บ้านกับยายไม่เคยกลัว ดีใจที่ทหารยึดปราสาทคนากลับคืนมาได้ และก็ขอให้เอาปราสาทตาควายกลับมาด้วย และขอให้ฮุน เซน ตายไปสักที เรื่องจะได้จบ

จากการสอบถามนายประชิต มุตุมาจันทร์ อดีตผู้ให้บ้านในพื้นที่ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก บอกว่า ได้ยินเสียงปืนเขมรเปิดฉากยิงใส่ก่อนตั้งแต่ 04.45 น. ที่ปราสาทตาควาย และขยายต่อตามแนวจนมาถึงปราสาทตาเมือนธม โดยทหารไทยก็ได้ยิงตอบโต้กลับ จนถึงขนาดนี้ก็ยังได้ยินเสียงปืนดังอยู่ตลอดเวลาขณะที่ความเสียหายตอนนี้ยังไม่สามารถสำรวจได้.