ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2568” จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ภายใต้แนวคิด “Local Plus: Creativity, Technology, Sustainability” เน้นต่อยอดพลังท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับสากล โดยปีนี้มีนักสร้างสรรค์กว่า 166 คน และเครือข่ายจาก 15 ประเทศ ร่วมจัดกิจกรรมกว่า 150 โปรแกรม คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 350 ล้านบาท และดึงดูดผู้เข้าร่วมงานกว่า 1 ล้านคน

นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่เป็นงานที่สะท้อนพลังของคนเชียงใหม่และเสน่ห์ของเมืองที่ไม่เคยหยุดนิ่ง จังหวัดเชียงใหม่มีนโยบายการสร้างภาพลักษณ์เมือง (City Branding) ให้เป็นที่ยอมรับและจดจำในระดับนานาชาติ ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยว ‘12 เดือน 12 ธีม’ เพื่อให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุนสามารถสัมผัสประสบการณ์ของเชียงใหม่ครบทุกมิติ ทั้งภูมิประเทศ ธรรมชาติ วัฒนธรรม ธุรกิจท้องถิ่น ประเพณี และวิถีชีวิต โดยเดือนธันวาคม ถูกกำหนดให้เป็นเดือนแห่ง Creativity & Design โดยมีเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญที่จะทำให้เห็นว่าศิลปะ การออกแบบ และวัฒนธรรมท้องถิ่น สามารถเชื่อมโยงโอกาสทั้งจากการท่องเที่ยวและการลงทุนในระดับโลกได้จริง เทศกาลฯ นี้ไม่เพียงสร้างเสน่ห์ให้เมืองในฤดูกาลท่องเที่ยว แต่ยังตอกย้ำว่าเชียงใหม่คือเมืองที่เปิดรับโอกาสใหม่ ๆ จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน และพร้อมเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และยกระดับให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ที่โดดเด่นของภูมิภาค”

ขณะที่นายไชยยง รัตนอังกูร ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 โดยหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในภาคเหนือเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย CEA ตั้งเป้าให้เทศกาลฯ เติบโตจาก ‘เทศกาลงานออกแบบ’ ไปสู่การเป็น ‘เครื่องมือสร้างภาพลักษณ์เมือง (City Branding)’ ที่สำคัญของเชียงใหม่ เพื่อช่วยให้เมืองนี้ก้าวข้ามภาพจำเดิมจาก ‘เมืองท่องเที่ยว’ ไปสู่การเป็นเมืองที่ ‘Crafting Wellness from Local Essence, Inspiring Asia’ และกลายเป็นจุดหมายของนักสร้างสรรค์และนักลงทุนจากทั่วโลกในหลากหลายอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพและความงาม (Wellness), การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์, หัตถกรรม, ดนตรี, อาหาร แฟชั่น และดิจิทัลคอนเทนต์ ตลอดจนสะท้อนพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการผลักดันเชียงใหม่และภาคเหนือให้ก้าวสู่เวทีนานาชาติ”

“นอกจากนี้ CEA ยังคงเดินหน้าสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภาคเหนืออย่างต่อเนื่องและครอบคลุม ทั้งการพัฒนาบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานด้านทักษะสร้างสรรค์ เช่น การจัดตั้ง TCDC แห่งใหม่ใน 4 จังหวัดของภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย, แพร่, อุตรดิตถ์ และพิษณุโลกโดยมีแผนจะเปิดให้บริการปี2569การขยายเครือข่ายนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการเสริมศักยภาพนักสร้างสรรค์ผู้ประกอบการ และเยาวชน รวมทั้งผลักดันภาคเหนือให้เติบโตเป็น ‘Creative Region’ ที่แข็งแกร่งในทุกมิติ”

ด้านดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า “เทศกาลฯ มี 3 เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ 1. การเฉลิมฉลองนักสร้างสรรค์คืนถิ่น (Homecoming) สนับสนุนการกลับมาร่วมสร้างเมืองของคนเชียงใหม่รุ่นใหม่ 2. การสืบสานวิถีท้องถิ่นที่ยั่งยืน (Local Sustainable Living) เสริมความเข้มแข็งของทุนทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม และ 3. การสร้างพื้นที่แห่งโอกาสใหม่ (New Opportunities) เพื่อให้ผู้ประกอบการ นักออกแบบ และเครือข่ายนักสร้างสรรค์ มีพื้นที่เติบโตและขยายสู่ตลาดใหม่ โดยมีเครือข่ายจาก 15 ประเทศทั้งในเอเชียและยุโรปเข้าร่วมเทศกาลฯ ในปีนี้ ร่วมจัดแสดงผลงาน รวมถึงสร้างความร่วมมือด้านการลงทุนในอนาคต สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำบทบาทของเทศกาลฯ ที่ไม่ใช่แค่การจัดอีเว้นท์แต่ยังเป็นตัวเร่งให้ธุรกิจท้องถิ่นเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น สังคมไปต่อได้ และเศรษฐกิจขยายตัว ช่วยผลักดันเชียงใหม่ให้เติบโตในฐานะเครือข่ายสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป”