กรณีศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ศปอส.บช.น.) นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น.ร่วมกับตำรวจ บก.น.6 บก.น.2 สน.ยานนาวา และสน.สุทธิสาร เปิดปฏิบัติการทลายแก๊งรัสเซีย ยุค 2025 ใช้ AI บงการขายยานรกทั่ว กทม. จับกุม 2 ผู้ต้องหาชาวรัสเซีย คือ นายไอวาน วอลนอพ อายุ 34 ปี และนายมาร์ค มาโอปูโร อายุ 35 ปี สืบเนื่องจากการขยายผลจากสติกเกอร์ QR CODE สร้างเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านเทเลแกรม (Telegram) ในพื้นที่ลุมพินี ปทุมวัน และยานนาวา
ตำรวจบุกทลายแก๊งรัสเซีย ใช้ “AI Bot” บงการขายยานรก-รับเงินคริปโตฯ ทั่วกรุง
ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ทีมข่าวอาชญากรรม ได้รับการเปิดเผยจาก พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ถึงที่มาที่ไปปฏิบัติการดังกล่าวว่า เบาะแสแรกเริ่มมาจากสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะเฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อว่า “Drama-Addict” ได้แจ้งเบาะแสว่ามีการติดสติกเกอร์พร้อมคิวอาร์โค้ด ซึ่งเชื่อว่าสแกนแล้วจะสามารถสั่งซื้อยาเสพติดได้ทั่ว กทม. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. จึงมอบหมายตน ที่รับผิดชอบด้านยาเสพติดทำการสืบสวนโดยสั่ง สน.ใน บช.น ตรวจสอบ

กระทั่งพบสติกเกอร์ดังกล่าวในพื้นที่ สน.ปทุมวัน สน.ลุมพินี สน.ยานนาวา จึงส่งชุดศปอส.บช.น. และ สืบสน.ยานนาวา ไล่กล้องวงจรปิดย้อนหลัง เพื่อหาตัวผู้ที่เป็นคนเดินทางมาแปะสติกเกอร์ในท้องที่ สน.ยานยาว ต่อมาสามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลจึงสืบสวนต่อด้วยการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และพบความเชื่อมโยงกันว่าชาวรัสเซียอีกรายซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการจำหน่ายยาเสพติดผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรม จากนั้นจึงสืบสวนจนกระทั่งทราบที่พักของชาวรัสเซียทั้ง 2 รายแล้ว จึงเริ่มสะกดรอยติดตาม และเข้าจับกุมในที่สุด
“เมื่อทราบว่าเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติ ได้ประสานขอข้อมูลเกี่ยวข้องจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักร ข้อมูลวีซ่า หรือข้อมูลการแจ้งที่พัก ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ ล้วนเป็นประโยชน์ในการติดตามตัวและระบุที่พัก เมื่อมีข้อมูลในเรื่องของที่พักแล้ว จึงได้เริ่มเฝ้าสังเกตการณ์ เพื่อล็อกเป้าต่อไป”
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวอีกว่า การวางแผนเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายนั้น ตัวนายมาร์ค ถือว่ามีความยากในระดับหนึ่ง เนื่องจากมีที่อยู่ไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง ส่วนนายไอวาน นั้นมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งชัดเจน สามารถวางแผนเข้าจับกุมได้อย่างรอบคอบ รัดกุม
จากพฤติการณ์การติดสติกเกอร์ QR CODE ในกทม.โดยเฉพาะพื้นที่กลางกรุง ที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหนาแน่น ทีมสืบสวนวิเคราะห์ว่า ฝั่งผู้ขายนั้นเจาะจงกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติเป็นหลัก แต่ QR CODE ดังกล่าว เปิดเป็นสาธารณะ ประชาชนทั่วไปสามารถสแกนได้หากมีแอปเทเลแกรม
พล.ต.ต.ธีรเดช ยอมรับ รูปแบบการใช้ AI มาช่วยขายยาเสพติด เป็นอุปสรรคมากพอสมควร เนื่องจากเป็นรูปแบบใหม่ที่ชุดสืบสวนเพิ่งเคยพบเป็นครั้งแรก คือหลังจากสแกนทดลองพูดคุยสั่งซื้อยาเสพติดจาก QR CODE ทีมสืบสวนวิเคราะห์ว่าการตอบกลับเป็นระบบตอบกลับอัตโนมัติ คือ ฝั่งผู้ขายยาเสพติดมีการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะมีการใช้ AI ช่วยวางระบบการถาม-ตอบลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาสั่งซื้อ การถาม-ตอบเป็นไปลักษณะมีตัวเลือกเสมือนเลือกเมนูอาหาร
เช่น เลือกยาเสพติดที่ต้องการสั่งซื้อ ระบุปริมาณที่ต้องการซื้อ และระบุสถานที่ที่จะไปรับยาเสพติด (ซึ่งมีการอำพรางไว้อยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว) พฤติการณ์แบบนี้เป็นอุปสรรคต่อชุดสืบสวน เพราะผู้ขายจะไม่มีการชนมือ หรือส่งด้วยไรเดอร์ เหมือนที่เคยพบ แต่เป็นนำยาเสพติดไปอำพรางไว้ตามจุดต่าง ๆ อยู่ก่อนแล้ว ซึ่งไม่สามารถทราบวัน เวลา ที่นำไปซ่อนได้เลย และเมื่อชำระค่ายาเสพติดด้วยสกุลเงินดิจิทัลแล้ว ทางผู้ขายจะแจ้งผู้ซื้อว่าจะต้องไปรับยาเสพติดที่ใด จึงเสมือนเป็นการสต๊อกสินค้าออนไลน์รูปแบบใหม่

เมื่อถามว่ากลุ่มผู้ต้องหา 2 รายที่จับกุมเป็นเครือข่ายเดียวกันที่จับกุมได้ที่ภูเก็ตก่อนหน้านี้หรือไม่ พล.ต.ต.ธีรเดช ระบุ เบื้องต้นผู้ถูกจับกุมให้การว่าเพิ่งมารู้จักกันที่ กทม. แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ส่วนผู้ที่ถูกจับกุมที่ภูเก็ตจะเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือไม่นั้น ต้องตรวจสอบกันต่อไป โดยชุดสืบสวนพบข้อมูลการพูดคุยติดต่อในเทเลแกรม คือจะมีการรับสมัครชาวรัสเซียที่อยู่ในประเทศไทยให้ทำหน้าที่ติดสติกเกอร์ หรือทำหน้าที่ซุกซ่อนยาเสพติด ซึ่งจะได้รับค่าตอบแทนเป็นครั้งคราว ในลักษณะนี้จึงยังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นเครือข่ายเดียวกัน
ส่วนการขยายผลขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบจากรายการสิ่งของที่ตรวจยึดมาได้ ประกอบกับการซักถามผู้ถูกจับกุม และขยายผลต่อโดยการตรวจสอบเส้นทางการเงินดิจิทัลต่อไป
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ดำเนินการขอข้อมูลเส้นทางการเงินดิจิทัลจากผู้ให้บริการ อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งจะต้องไล่จนเจอเจ้าของกระเป๋าดิจิทัลที่เป็นผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงให้ได้ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับพฤติการณ์ของแก๊งยาเสพติดต่างชาติที่ใช้วิธีแปะสติกเกอร์ QR CODE สั่งซื้อผ่านแอปเทเลแกรม ก่อนหน้านี้เดลินิวส์ออนไลน์ เคยลงพื้นที่สำรวจพื้นที่กลางกรุงหลายจุด กระทั่งพบการติดสติกเกอร์ดังกล่าวกระจายอยู่หลายพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่พื้นที่ใกล้สถานศึกษา เช่น ในพื้นที่ย่านสาทร ใกล้รร.มัธยมชื่อดัง ปรากฏสติกเกอร์ขายยาเสพติดแปะไว้เห็นได้ชัดเจน กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมได้ในครั้งนี้



