วานนี้ (10 ธ.ค. 2568) สำนักข่าวต่างประเทศนำเสนอคลิปวิดีโอไวรัลซึ่งกลายเป็นหัวข้อในการวิพากษ์วิจารณ์ของชาวโซเชียลมีเดีย โดยคลิปดังกล่าวเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ของนักท่องเที่ยวแบ็กแพ็กเกอร์หนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังพูดคุยกันที่ทางเข้าของสถานที่ซึ่งคาดว่าเป็นธนาคารหรือจุดบริการแลกเปลี่ยนสกุลเงินในโคลอมเบีย แต่แล้วก็คนร้ายปรากฏตัวพร้อมอาวุธ 

คนร้ายพยายามใช้มีดกรีดเป้สะพายหลังของหญิงสาวให้ขาดจากตัวเธอ แต่เธอกลับใช้นิ้วจิกและผลักเขาออกไปอย่างแรง ขณะที่เพื่อนชายของเธอซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงบนทางเท้า แทนที่จะก้าวออกมาช่วยเหลือ ชายผมแดงผู้ขี้ขลาดคนนี้ก็ไม่ได้แสดงความกล้าหาญใดๆ และไม่ได้ช่วยเพื่อนสาวของเขาเลยแม้แต่น้อย 

เขายืนดูการต่อสู้อย่างสิ้นหวังของเธอเป็นเวลานานถึง 15 วินาทีเต็ม และในบางช่วงมีชายอีกคนพยายามจะเข้ามาช่วย แต่ก็ถอยกลับไป ทำให้หญิงสาวต้องสู้ต่อไปตามลำพัง

ในที่สุด พลเมืองดีคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาและฟาดคนร้ายด้วยหมวกกันน็อก จากนั้น คนที่ผ่านไปมาอีกสามคนก็เข้ามาช่วยกันดึงตัวคนร้ายออกไปจากหญิงสาว โยนออกไปจนอีกฝ่ายล้มลงแล้วตามไปรุมกระทืบซ้ำ

เป็นที่น่าสังเกตว่า หนุ่มตาขาวที่ปลีกตัวออกไปตั้งแต่แรกไม่เคยเข้าร่วมการต่อสู้เลย แม้กระทั่งตอนที่คนร้ายตกเป็นรองเพราะโดนรุมแบบสี่ต่อหนึ่ง แต่หลังจากอันตรายผ่านพ้นไป ชายขี้ขลาดคนนี้ก็เข้ามาหาเพื่อนสาวและพยายามจะปลอบโยนเธอ

รายงานข่าวชี้ว่า ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้มากนัก ทั้งวันที่เกิดเหตุและรูปแบบความสัมพันธ์ของแบ็กแพ็กเกอร์ทั้งสองคน แม้ในคลิปวิดีโอจะมีภาพที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน แต่ก็ไม่ชัดเจนว่าพวกเขารู้จักกันมาก่อนหรือไม่

กระนั้น ชาวเน็ตก็ไม่รอช้าที่จะเหน็บแนมชายหนุ่มขวัญอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นภาพที่เขารีบวิ่งไปหลบอยู่หลังกำแพง

“พ่ออัศวินสุดบื้อคนนี้ยืนอยู่เฉยๆ เหมือนไอ้โง่และไม่ทำอะไรเลย” ผู้ใช้เอ็กซ์ (ทวิตเตอร์) รายหนึ่งแขวะ

“ถ้าคนนี้เป็นแฟนของเธอ เธอก็ควรหาคนใหม่ได้แล้ว” อีกคนแสดงความเห็นบนหน้าเว็บบอร์ดเรดดิท หัวข้อ r/PublicFreakout

ส่วนคนอื่นๆ ต่างยกย่องพลเมืองดีและชื่นชมความกล้าหาญของหญิงสาว ” [คนที่เข้ามาช่วยเหลือ] ช่วยให้ชาวต่างชาติพวกนี้มีเรื่องราวที่ไม่มีวันลืม” ชาวเน็ตคนหนึ่งแสดงความเห็นเป็นภาษาสเปนบนเว็บบอร์ดเรดดิท หัวข้อ r/Colombia

“ผมล่ะโคตรชอบที่คนร่วมครึ่งถนนออกมาร่วมกันแสดงพลังว่าจะไม่อดทนต่อเรื่องอุบาทว์แบบนี้” ผู้ใช้เรดดิทอีกคนเขียนไว้
ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : YouTube / New York Post