สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ว่า ทรัมป์ระบุในโพสต์บนแพลตฟอร์ม “ทรูธ โซเชียล” ว่า เขากำหนดเส้นตายใหม่ระหว่าง “การสนทนาทางโทรศัพท์ที่ยอดเยี่ยม” กับนางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งทั้งสองคนเห็นพ้องต้องกันว่า อิหร่านไม่สามารถมีอาวุธนิวเคลียร์ได้
อนึ่ง ทรัมป์ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่แล้วว่า เขาจะปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์ของอียูเป็น 25% จากเดิมตกลงกันไว้ที่ 15% เนื่องจากอียูไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อตกลงที่ทำไว้ในสกอตแลนด์ เมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว
ข้อตกลงดังกล่าวเรียกร้องให้อียูลดภาษีสินค้าอุตสาหกรรมของสหรัฐเหลือ “0%” และมอบโควตาปลอดภาษีสำหรับสินค้าเกษตรและสินค้าทะเลบางประเภท แต่การบังคับใช้กฎหมายกลับมีความคืบหน้าอย่างล่าช้าในรัฐสภายุโรป (อีพี)
Trump sets July 4 deadline for EU to comply with trade deal or face 'much higher' tariffshttps://t.co/0zJ32oE0ND
— Economic Times (@EconomicTimes) May 8, 2026
“ผมรอคอยอย่างอดทนให้อียูปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าฉบับประวัติศาสตร์ ที่เราตกลงกันไว้ในเมืองเทิร์นเบอร์รี สกอตแลนด์ ซึ่งมันเป็นข้อตกลงการค้าที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และมีการให้คำมั่นสัญญาว่า อียูจะปฏิบัติตามข้อตกลง และลดภาษีนำเข้าลงเหลือ 0% โดยผมตกลงที่จะให้เวลาพวกเขาจนถึงวันครบรอบ 250 ปีของประเทศเรา มิฉะนั้น ภาษีของพวกเขาจะพุ่งสูงขึ้นในทันที” ทรัมป์ กล่าว
ด้านฟอน แดร์ เลเยน กล่าวในแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า เธอหารือเกี่ยวกับข้อตกลงการค้ากับทรัมป์ และเห็นด้วยกับผู้นำสหรัฐว่า อิหร่านต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
“นอกจากนี้ เรายังหารือเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าอียู-สหรัฐ ซึ่งพวกเราทั้งสองฝ่ายยังคงมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ในการปฏิบัติตามข้อตกลง และความคืบหน้าในการลดภาษีนำเข้า ภายในช่วงต้นเดือน ก.ค. เป็นไปในทิศทางที่ดี” ฟอน แดร์ เลเยน กล่าวทิ้งท้าย.
เครดิตภาพ : REUTERS



