ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ‘งานคราฟต์ไทย’ ได้กลายเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากที่น่าจับตาอย่างยิ่ง ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การกระตุ้นการออกแบบร่วมสมัย และการมอบโอกาสสำคัญให้ชุมชนได้ถ่ายทอดเรื่องราวและภูมิปัญญาที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน ทว่าในยุคที่ตลาดเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และผู้บริโภคให้ความสนใจกับความหมายของสิ่งที่เลือกซื้อมากขึ้น งานฝีมือท้องถิ่นจึงจำเป็นต้องมีพื้นที่เชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ เพื่อผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ

ด้วยมุมมองดังกล่าว คิง เพาเวอร์ จึงนำมาต่อยอดผ่านงาน ‘THE POWER GIFTIVAL 2026’ มากกว่าเทศกาลของขวัญปลายปี คือความมุ่งมั่นในการผลักดันผู้ประกอบการชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อเนื่องมากว่า 30 ปี ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ การทำการตลาด ไปจนถึงการเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ ทั้งในประเทศไทยและช่องทางร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินนานาชาติ

แนวทางการขับเคลื่อนงานคราฟต์ไทยของ คิง เพาเวอร์ ในงาน THE POWER GIFTIVAL 2026 สะท้อนถึงการทำงานแบบองค์รวมที่เชื่อมโยงชุมชน ศิลปะ และเศรษฐกิจเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีหลักการ ‘เรียนรู้-ลงมือทำ-เข้าใจคุณค่า‘ เป็นหัวใจหลักในการสร้างสรรค์งานและกระบวนการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง

ปีนี้ งานจัดขึ้นที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ภายใต้แนวคิด Circular Design ซึ่งให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการนำมูลค่าทางวัฒนธรรมมาผสานเข้ากับเทรนด์ของขวัญปีใหม่ ทำให้ของที่ระลึกที่วางจำหน่ายไม่ใช่แค่สินค้าสวยงาม แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องเล่าที่สะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาไทยได้อย่างลึกซึ้ง

หนึ่งในไฮไลต์ร่วมสมัยที่สังเกตได้ชัดคือ ต้นคริสต์มาสสไตล์ไทยโมเดิร์น ซึ่งตกแต่งด้วยงานคราฟต์ท้องถิ่นมากกว่า 10,000 ชิ้น จากหลายจังหวัดทั่วประเทศ เช่น ตุงไส้หมูและตุงไส้หมูแวววาวจากเชียงใหม่, ตุงผ้า 12 นักษัตรและผ้าขาวม้าจากราชบุรี, และตุ๊กตาม้าจากมหาสารคาม ต้นคริสต์มาสนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง

ภายใน Giftival Market ซึ่งเปิดให้เลือกชมและช้อปตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 4 มกราคม 2569 ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อผลงานฝีมือคุณภาพจากผู้ประกอบการกว่า 351 ราย โดยมีสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่ผ้าทอมือที่อ่อนช้อยไปจนถึงของตกแต่งบ้านร่วมสมัย ซึ่งผลงานแต่ละชิ้นล้วนแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์และการยกระดับมาตรฐานที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง

อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจอย่าง Thai Workshop ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-28 ธันวาคม 2568 เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เรียนรู้ทักษะจากต้นทางของผลงาน โดยมีครูช่างฝีมือจากชุมชนมาถ่ายทอดเทคนิคอันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็น

  • การประดิษฐ์ ม้าโชคดี จากเศษผ้าขาวม้าของ Pahkahmah Thailand
  • เพ้นท์พวงกุญแจสร้างสรรค์จาก Nineshop99
  • การทำเครื่องประดับเงินกับช่างจาก ดอยซิลเวอร์ จังหวัดน่าน
  • ประกอบสร้อยไข่มุกจาก PRIMA PEARL
  • เพ้นท์เซรามิกศิลาดลจาก เชียงใหม่ ศิลาดล
  • และการร้อยหินแฟชั่นจาก บ้านช้างดีไซน์ จังหวัดชลบุรี

เรื่องราวของผู้ประกอบการในงานตอกย้ำว่าศิลปะไม่เพียงแต่เป็นความสวยงาม แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้กับชุมชนได้จริง ดังที่ ‘รัตติยา กล่ำบุญ’ จากบ้านช้างดีไซน์ ที่กล่าวว่าการถ่ายทอดเทคนิคเพ้นท์ผ้ามัดย้อมและร้อยหินทำเครื่องประดับ ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมที่มั่นคง และได้เห็นคุณค่าของฝีมือตัวเองอย่างแท้จริง

ในขณะเดียวกัน ‘ทัศนีย์ ยะจา’ จากเชียงใหม่ ศิลาดล เชื่อว่าศิลาดลคือจิตวิญญาณของล้านนา ที่ต้องเชื่อมโยงเข้ากับแนวคิด Circular Design และวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เครื่องใช้ศิลาดลมีความร่วมสมัยและสามารถส่งต่อคุณค่าทางวัฒนธรรมไปยังคนรุ่นใหม่ได้อย่างลึกซึ้ง

ด้าน ‘ชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช’ จากดอยซิลเวอร์ ย้ำว่า การสืบทอดภูมิปัญญาเครื่องเงินที่มีมายาวนานกว่า 70 ปี ต้องพัฒนาและสร้างแรงจูงใจให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้ทักษะนี้ยังคงอยู่คู่กับชุมชน นับเป็นการผสานภูมิปัญญาโบราณเข้ากับโอกาสในโลกอนาคตได้อย่างลงตัว

สิ่งที่ปรากฏในงาน THE POWER GIFTIVAL 2026 เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนของ คิง เพาเวอร์ ซึ่งได้ผสานแนวคิด ESG (Environmental, Social & Governance) เข้ากับการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยอย่างเป็นระบบ โดยมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดพื้นที่แสดงสินค้า การให้คำปรึกษาพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเปิดช่องทางตลาดในร้านค้าดิวตี้ฟรี และการใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อขยายฐานลูกค้า

นอกจากนี้ คิง เพาเวอร์ยังเดินหน้าขยายการรับรู้ของ Thai Craft Modern Style ผ่านร้าน King Power City Boutique และ Thai makers market ที่ One Bangkok เพื่อให้แบรนด์ไทยร่วมสมัยเป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ส่งเสริมให้สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้มากขึ้น

ภาพรวมของงาน THE POWER GIFTIVAL 2026 จึงเป็นมากกว่าตลาดหรือเทศกาล แต่คือ โมเดลการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ช่วยต่อยอดศักยภาพของผู้ประกอบการไทยให้เป็นสินค้าที่มีคุณค่า สอดคล้องกับเทรนด์ของผู้บริโภคยุคใหม่ และขยายโอกาสทางธุรกิจไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้นอย่างแท้จริง