เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ที่รัฐสภา น.ส.กาญจนาพร เหลืองขจรวิทย์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนของ นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) และประธานในการประชุมบริหารจัดการน้ำ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าภายหลังเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 

โดย น.ส.กาญจนาพร กล่าวว่า วันนี้ (11 ธ.ค. 2568) มีผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ มาเข้าร่วมประชุม กมธ. ในครั้งนี้ ซึ่งได้มีการแนะนำและยกตัวอย่างแนวทางในการจัดการน้ำของประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ได้มีการร่วมมือภายในประเทศเนเธอร์แลนด์รวมถึงร่วมมือกับประเทศอื่นด้วย โดยแนะนำว่าประเทศไทยควรที่จะมีการจัดการปัญหาน้ำอย่างไร และผู้เชี่ยวชาญได้มีการบอกว่าไทยมีทรัพยากรต่าง ๆ และมีข้อมูลที่เยอะมาก แต่อาจจะขาดการบูรณาการ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการประชุมในครั้งนี้ จะนำแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ มาปรับใช้เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมที่กรุงเทพฯ ได้ใช่หรือไม่ น.ส.กาญจนาพร กล่าวว่า ใช่ ผู้เชี่ยวชาญได้มีการแนะนำว่าจะรอให้เกิดเหตุแล้วค่อยแก้ไขไม่ได้ โดยต้องมีการวางแผนระยะยาว โดยวางแผนตั้งแต่ระยะเวลา 50-100 ปี เพราะปัจจุบันนี้โลกมีสถานการณ์ที่ร้อนขึ้นและถี่ขึ้น รวมถึงเหตุการณ์อาจจะรุนแรงมากขึ้น จึงต้องมีการปรับแผนให้กับประเทศไทย โดยยกตัวอย่างประเทศเนเธอร์แลนด์ที่มีพื้นที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลแต่สามารถจัดการปัญหาน้ำได้ และแนะนำให้ประเทศไทยต้องมีการจัดการอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่กทม.เช่นเดียวกับ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

เมื่อถามอีกว่าการประชุมในครั้งนี้ถือว่าเป็นการยก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มาเป็นโมเดลให้กับพื้นที่ กทม. ใช่หรือไม่ น.ส.กาญจนาพร กล่าวว่า กรณีน้ำท่วมที่หาดใหญ่เหมือนเป็น Wake-up call (เวค-อัพ คอล) หรือแนวทางตัวอย่างให้เราตื่นตัว และต้องปรับตัว ว่าเราจะมีแผนการในการเตรียมการป้องกันน้ำในอนาคตอย่างไร