ต่อมาเวลาเวลา17.25 น. วันที่ 11 ธ.ค.68 ที่ประชุมรัฐสภา มีการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เป็นพิเศษ ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา เป็นประธานในประชุม ได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ.. ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา พิจารณาเสร็จแล้ว เป็นวันที่ 2
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน(ปชน.) อภิปรายว่า สว.หลายคนเข้าใจผิดว่า การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ ตัดการถ่วงดุลออกไป ไม่ใช่ แต่การตัดเสียง 1 ใน 3 ของ สว. แล้วใช้เสียงสว. และสส.มีหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงเท่ากันในการแก้รัฐธรรมนูญ เป็นการจัดให้มีการถ่วงดุลอย่างได้สัดส่วน มีศักดิ์และสิทธิ์เท่ากัน สส.มาจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52 ล้านคน ขณะที่สว.มาจากการคัดเลือก 48,000 คน เหลือเพียง 200คน อำนาจที่ยึดโยงกับประชาชนน้อย และมาจากทางอ้อม อำนาจนั้นก็ต้องลดหลั่นตามสัดส่วนลงมา จึงเรียกว่าการตรวจสอบถ่วงดุลที่ได้สัดส่วน การที่สว.ระบุทำหน้าที่เป็นเบรก ขอถามว่า เคยนั่งรถที่ขับไปเหยียบเบรกไป จนคนโดยสารอ้วกแตกไม่ถึงที่หมาย จะเบรกอะไรนักหนา สว.บางคนดึงเบรกมือ รถก็หมุนคว่ำ รถยนต์ประเทศไทยจะไปสู่จุดหมายได้อย่างไร ส่วนที่น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สว.อภิปรายว่า รังเกียจนักการเมือง ลืมไปแล้วหรือว่า สว.ก็เป็นนักการเมืองเหมือนกัน ถ้าไม่อยากเป็นนักการเมืองก็ลาออกไป แล้วไปสมัครเป็นสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญ สูตร 20 หยิบ1 จะหาได้หรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นน.ส.รัชนีกร ใช้สิทธิพาดพิงว่า ถูกนายวิโรจน์เอ่ยชื่อโดยไม่จำเป็น ขอให้ถอนคำพูด ตนเพิ่งมาเป็นนักการเมืองสมัยนี้ ไม่ได้เป็นตลอดปีตลอดชาติ ไม่ใช่นักเลือกตั้ง ให้ช่วยสุภาพหน่อย แต่นายวิโรจน์ ไม่ถอนคำพูด โดยชี้แจงว่า การเอ่ยชื่อถึง เพราะต้องการอ้างคำพูดของน.ส.รัชนีกร การอ้างชื่อสมาชิก ไม่มีความจำเป็นต้องถอน
จากนั้นทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันไปมา จนนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมตัดบทให้ผู้อภิปรายคนต่อไปขึ้นมาพูดต่อ แต่ระหว่างที่ผู้อภิปรายคนต่อไปพูดอยู่ น.ส.รัชนีกร ก็ไม่ยอม พยายามประท้วงเพื่อให้นายวิโรจน์ถอนคำพูดให้ได้ จนเกิดการโต้เถียงกันไปมาเป็นเวลานาน ไม่มีใครยอมใคร ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมเริ่มชุลมุน แม้นายมงคลจะพยายามขอร้องนางรัชนีกร และนายวิโรจน์ให้ตอบโต้กันไปมา แต่ทั้งคู่ก็ยังตอบโต้กันไปมาร่วม 15นาที สุดท้ายนายมงคลจึงขอให้จบ ก่อนจะดำเนินการประชุมต่อไป .



