ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณี จ.ส.ท.จิระวัฒน์ มุ่งกลาง (จ่าโอม)อายุ 34 ปี ทหารสังกัดกองพันทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ (ช.พัน.1 รอ.) ซึ่งได้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติจากเหตุปะทะบริเวณช่องอานม้า เนิน 677 ชายแดนไทย-กัมพูชา เวลาประมาณ 13.30 น. ของวันที่ 9 ธ.ค. 2568 โดยกองทัพบกได้แสดงความเสียใจและสดุดีความกล้าหาญของ จ.ส.ท. จิระวัฒน์ พร้อมทั้งยืนยันว่าจะดูแลสิทธิและสวัสดิการแก่ครอบครัวและทายาทอย่างเต็มที่ โดยตั้งศพบำเพ็ญกุศล ที่ วัดวังน้ำเย็น อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมในการพระราชทานน้ำหลวง และพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ครอบครัวของกำลังพลที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างหาที่สุดมิได้

ที่ วัดวังน้ำเย็น ต.วังน้ำเย็น อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.มงคล สุนทรวิภาต นักวิทยาศาสตร์ (สบ4) ผกก.พิสูจน์หลักฐาน จ.สุพรรณบุรี นำข้าราชการตำรวจในสังกัด เคารพศพ จ.ส.ท.จิระวัฒน์ มุ่งกลาง หรือ จ่าโอม อายุ 34 ปี ทหารสังกัดกองพันทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ (ช.พัน.1 รอ.) ซึ่งเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ จากเหตุปะทะบริเวณช่องอานม้า เนิน 677 ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่วัดวังน้ำเย็น อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
พ.ต.อ.มงคล กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อวีรบุรุษทหารกล้าชาวสุพรรณบุรี ผู้สละชีวิตอันมีค่าของตน เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยอย่างห้าวหาญ ถ้อยคำที่ว่า “ถ้าหนูเหยียบกับระเบิด หนูจะล้มทับ เพื่อไม่ให้เป็นภาระของแผ่นดิน”เป็นคำพูดที่สะท้อนหัวใจแห่งความเสียสละ ความเด็ดเดี่ยว และจิตวิญญาณของผู้กล้าอย่างแท้จริงเป็นถ้อยคำที่ไม่มีวันเลือนหายไปจากความทรงจำของคนไทยทุกคน
ตนในฐานะเป็นชาวสุพรรณบุรี ภูมิใจอย่างยิ่งในลูกหลานผู้มีสายเลือดนักรบ นักสู้ผู้ยืนหยัดปกป้องแผ่นดินแม่โดยไม่ยอมให้ชาติใดมารังแกแม้แต่น้อย และพร้อมทุ่มเทแม้เลือดหยดสุดท้ายเพื่อรักษาเกียรติ ศักดิ์ศรี และความสงบสุขของประเทศชาติ ขอให้ดวงวิญญาณของวีรบุรุษผู้กล้าจงไปสู่สุคติ
คุณงามความดีและความเสียสละอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ จะอยู่ในหัวใจของคนไทยตลอดไป



