เรียกได้ว่าเคมีเข้ากันสุดๆ แถมมาพร้อมกับธุรกิจใหม่สุดแซ่บ หมี่คลุกไก่ฉีก ที่ทำร่วมกับเพื่อนซี้ “หนิง-ปณิตา พัฒนาหิรัญ” สำหรับนักแสดงและแม่ค้าคนสวย “ฮาน่า-ทัศนาวลัย จักรพงษ์” ที่ล่าสุดเธอได้มาออกบูธในงานกาชาดประจำปี 2568 แถม ฮาน่า ได้เปิดใจถึงการตัดสินใจทำธุรกิจร่วมกับเพื่อน แม้ปกติแล้วจะเป็นคนที่ชอบทำธุรกิจคนเดียว และแนะนำทริคดีๆ วิธีปฏิเสธคนมายืมเงินอีกด้วย

โดย ฮาน่า ได้เผยว่า “หมี่คลุกไก่ฉีก เราเป็นคนชอบทาน เป็นคนชอบเส้นๆ หนิง ปณิตาก็ชอบด้วย ก็เลยบอกว่าหนิงเราเป็นคนกินเส้นกัน เรามาทำอะไรด้วยกันดีไหม แล้วสนิทกับเชฟต้อง มอนสเตอร์ เขาเป็นเชฟอยู่แล้ว เขาก็มาคิดสูตรหมี่ไก่ฉีกที่ไม่เหมือนใคร เส้นก็ไม่เหมือน ซอสก็ไม่เหมือน น้ำพริกที่โรยก็ไม่เหมือน มันแตกต่างอยากให้ลองชิม เพราะตอนนี้หมี่ไก่ฉีกมีเยอะมาก แต่ของเราไม่เหมือนใครจริงๆล่าสุดมาทำเป็นหนังไก่กรอบด้วย รสแซบจัดจ้านถึงใจ
ก็ค่อยๆ ค่อยๆ เริ่มมั่นคงแล้ว เพราะเพิ่งเปิดตัว ฮาน่ากับหนิงทำจริงๆ แค่ครึ่งปีเอง ได้รับการตอบรับดี หลายคนมาซื้อซ้ำ ถามตลอดไปออกบูธไหน ที่ไหนบ้าง จะมาซื้อต่อ อุดหนุน จริงๆ ไม่ถึงขนาดอยากมีหน้าร้าน อะไรที่ประหยัดได้ก็พยายามประหยัดให้เป็นอีเวนต์ไปดีกว่า แต่ถ้าอยากสั่งก็สั่งร้านพี่ต้องได้ มอนสเตอร์บายต้องที่สุขุมวิท 33 สั่งที่นั่นได้
ส่วนธุรกิจตอนนี้มีแฮริทซ์ มี nina by monster เดี๋ยวจะมีอีกหนึ่งธุรกิจ เร็วๆ นี้ประมาณต้นปี เกี่ยวกับความงาม เรามาสายแม่ค้าแล้ว ซัปพอร์ตแม่ค้าคนนี้หน่อยนะคะ (หัวเราะ) จริงๆ แล้วเราอยากลองธุรกิจหลายๆ แบบ เราชอบอาหาร อยากทำธุรกิจร้านอาหารอยู่แล้ว เราเป็นคนชอบทาน พอเจอเชฟ เจอคนชอบทานเหมือนกัน เราก็คิดว่าธุรกิจร้านอาหารเป็นอะไรที่ได้ใจ แฮริทซ์ เราทำมา 9 ปีแล้ว เรายังพัฒนาต่อไปเรื้อยๆ มีประมาณ 10 ผลิตภัณฑ์แล้ว ก็อยากมาแนวสกินบ้าง เพราะหลายคนบอกว่าผิวดีจังเลย ไม่เคยโบท็อกซ์ ทำไมยังผิวดีอยู่
แฮริทซ์ ทำคนเดียว ได้คนเดียว เจ็บคนเดียว เหนื่อยคนเดียว ทุกข์คนเดียว พอมีพาร์ตเนอร์เรารู้สึกว่ามีคนช่วยคิดนะ แต่เราก็ต้องเลือกพาร์ตเนอร์ด้วยแหละ ว่าไว้ใจได้ไหม คุยกันรู้เรื่องไหม ไปทิศทางเดียวกันไหม เพราะต้องดูนะว่าเคมีตรงกันไหม ถ้าเคมีไม่ตรงกันมันอาจเป็นปัญหาได้ แล้วเรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญด้วย เงินน้อยๆ ไม่ตีกันหรอก พอเงินเยอะปุ๊บ โอ้โห เริ่มมาแล้ว โชคดีเงินไม่ค่อยเยอะ (หัวเราะ) กับหนิงยังไม่ตีกัน เราใจถึงพึ่งได้กันทั้งคู่ สปอร์ต แจก ซะจนไม่มีกำไร ก็ต้องปรามๆ กันนิดนึงมากกว่า
จริงๆ แล้วธุรกิจมีอยู่แล้ว ธุรกิจมีตัวตนจริงไหม คำนวณแล้วได้ผลกำไรไหม จะกลับมาถึงเราได้ไหม ด้วยความเราทำธุรกิจมา 9 ปี เรามองได้ว่าธุรกิจนี้จะเป็นไปได้ไหม ผลตอบแทนไม่ได้โอเวอร์เกินไป สามารถย้อนกลับมาแล้วเราอยู่ได้ ไม่เจ็บตัว มีคืนทุน ส่วนที่บอกว่าธุรกิจมีตัวตนจริงไหม หมายความว่าไม่ให้โดนหลอก คือจริงๆ แล้วจะลงทุนอะไร มันต้องดูว่าไปรอดไหม โชคดีที่ฮาน่าทำธุรกิจทุกอย่างที่ผ่านมายังไม่เคยเจ๊ง ขอให้เป็นแบบนี้ตลอดไปนะคะ เราดูแล้วว่าศักยภาพเราไปถึงไหม เราทำได้ไหมธุรกิจจะเกิดขึ้นไหม มีเป็นรูปเป็นร่างให้เห็นไหม
คนชวนทำธุรกิจก็มีตลอด แต่ก็เลือก ปกติไม่อยากทำกับใครเลย อยากทำคนเดียว แต่กับหนิงเนี่ย เหมือนเราคุยกันถูกคอ เราก็รู้สึกว่าเรามาช่วยเขา เราเห็นเขาเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เขาก็ต้องทำมาหากินเราก็มีเชฟด้วยที่คอยคิดสูตร คอยหาเมนูใหม่ๆ ธุรกิจอาหารถ้าเราไม่ได้เป็นแม่ครัวเอง เราต้องหาเชฟหรือแม่ครัวที่เขาทำได้ดีจริงๆ พาร์ตนี้ควรเป็นพาร์ตที่ควรมีพาร์ตเนอร์

คนไม่อยากทำธุรกิจกับเพื่อน อันนี้จริง เห็นด้วยเลย เพราะถ้าความคิดเห็นไม่ตรงกัน ทะเลาะกันแน่นอน ฮาน่าถึงไม่อยากทำกับเพื่อน อันนี้เป็นรายได้เสริม เป็นค่าขนมให้ลูกเรา ให้ลูกชายเรา ลูกสาวเรา ให้น้องณิริน มองว่าอันนี้เป็นค่าขนม ไม่ได้เป็นกอบเป็นกำเยอะแยะมากมาย ทำเอาสนุก ทำให้มันมีรายได้ ให้รู้สึกว่าเรายังมีคุณค่าอยู่ ฮาน่าบอกตัวเองตลอดเวลาว่าห้ามหยุดทำงาน เราจะมีคุณค่าต่อเมื่อเรายังหาเงินทำงานได้อยู่ วันนึงอย่างที่บอกตราบใดแผ่นดินไม่กลบหน้าอย่ามั่นหน้าว่าสา (สามี) จะรัก วันนี้สารักสาก็ให้ทุกอย่าง วันไหนสาไม่รักก็ต้องมีเงินของเราเอง กระเป๋าเราเอง หากินเอง จ่ายเอง ช้อปปิ้งเราก็ต้องซื้อของเราเอง เพราะสามีเขาประหยัดเหลือเกิน จะให้เงินสามีช้อปปิ้งก็กระไรอยู่ ฉะนั้นเราใช้เงินเราช้อปปิ้งค่ะ
สำหรับวิธีปฏิเสธคนชวนลงทุน ก็เอาสามีมาอ้างสิคะ เราจิตอ่อนอยู่แล้ว ก็ให้เขายืมหมด เราก็อ้างเลยเงินอยู่กับสา เงินที่มีเราช้อปปิ้งหมดแล้ว ไม่เหลือเงินทำอะไรแล้ว ก็ได้ผลมาเรื่อยๆ อย่างบางคนขอยืม 3 หมื่น เราไม่อยากเสียเพื่อน เราให้ไปเลย 5 พัน ถ้ารักมากสนิทมาก อยากช่วย 5 พัน หมื่นนึงเอาไปเลย ไม่อยากทวง เพราะที่ผ่านมาขอยืมเงินไม่เคยได้คืนเลย อันนี้คือตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงๆ นะ สิบปีผ่านมาจะใช้เทคนิคนี้ตลอด เพราะเชื่อว่าแต่ละเศรษฐกิจทุกคนมีปัญหา ทุกคนแย่ ถ้าเรามีความสนิทสนมมากพอ รักเขา อยากช่วยเขา อยากช่วยด้วยใจก็ให้ไปเลย แต่ให้ในจำนวนที่เราให้ได้ เงินไม่เข้าใครออกใครจริงๆเคยให้ยืมแล้วเหนื่อยทวง แล้วเขียนทวงก็ไม่ได้ผิดอีก ถือว่าเป็นการประจานอะไรก็ไม่รู้ เราก็เลยตัดปัญหา ไม่ให้ใครยืมนะคะ กรุณาอย่ามายืมนะคะ ยิ่งถ้าไม่สนิทกันไม่ต้องมาหานะคะ สนิทกันยังให้ได้นิดๆ หน่อยๆ นะคะ
แล้วความทุกข์ของเจ้าหนี้ ไม่รู้คืออะไร ตอบไม่ได้ เพราะไม่ให้ใครยืมตอนนี้ ก่อนหน้านี้เคยไม่ได้คืน ตอนนี้เราเลยไม่มีทุกข์นั้น ดีใจจังเลยที่เชื่อสามีมาตลอด สามีบอกเลยว่าเธอ การให้ใครยืมเงินมันเหมือนการตัดเขาออกจากชีวิตนะ ถ้าวันนึงเขาไม่คืน เราก็รู้สึกไม่ดีต่อกันก็เหมือนเราตัดเพื่อนออกจากชีวิต เลยเอาสามีมาอ้างกับทุกคนเลย เวลายืมเงิน ให้ได้เท่าไหร่ก็ให้ไป มีคนชวนลงทุน แต่อย่างที่บอกจะอ้างเลยแฮริทซ์ ก็ทำคนเดียว รวยคนเดียว เจ็บคนเดียว ได้คนเดียว สุขคนเดียว ทุกข์คนเดียว จบ
ฝากบอกคนที่จะชวนว่าธุรกิจมีเยอะแล้วตอนนี้นะคะ ขอทำแต่ละอย่างให้สำเร็จก่อนนะคะ ตอนนี้เงินไม่มีให้ยืม ใช้หมดแล้วค่ะ สามีต้องเตือนเลยเพราะรู้ว่าเป็นคนใจดี ใจอ่อน จิตอ่อน หลอกง่ายมาก สามีก็เห็นมาตลอด 20 ปีที่รู้จักกัน ว่าเรานั้นมีแต่ให้ ฉะนั้นเราต้องพักค่ะ”




