นายอำนวย คงพรหม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงได้ร่วมกับชุมชนแสมดำและสำนักงานเขตบางขุนเทียน จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในแหล่งน้ำธรรมชาติ” โดยลงเรือมุ่งหน้าสู่คลองเกาะโพธิ์ และคลองบางกระดี่น้อย เพื่อร่วมกิจกรรมวางอวนนอนร่วมกับกลุ่มชุมชนแสมดำ กู้อวนนอน ทำการขนย้ายปลาหมอคางดำกลับมายังศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำแขวงแสมดำ สามารถกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติได้ถึง 2,076 กิโลกรัม ซึ่งปลาทั้งหมดจะถูกขนส่งต่อไปยังโรงงานปลาป่นเพื่อแปรรูปตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

ทั้งนี้ กรมประมงได้มีการขอความร่วมมือไปยังโรงงานปลาป่นในการรับซื้อปลาหมอคางดำต่อเนื่อง รับซื้อปลาหมอคางดำในราคากิโลกรัมละ 10 บาท เบื้องต้นตั้งเป้าไว้ที่ 1,000,000 กิโลกรัม เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ข้อมูล ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2569 สามารถกำจัดปลาหมอคางดำและนำเข้าโรงงานปลาป่นแล้วกว่า 400,000 กิโลกรัม สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถรวบรวมและส่งปลาหมอคางดำเข้าสู่โรงงานปลาป่นได้แล้วเป็นจำนวนถึง 87,980 กิโลกรัม (แบ่งเป็นยอดในเดือนพฤษภาคม 31,310 กิโลกรัม และเดือนมิถุนายน 56,670 กิโลกรัม) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 21 ของปริมาณปลาหมอคางดำรวมจาก 5 จังหวัดนำร่อง ดังนี้ สมุทรสาคร (32%) เพชรบุรี (26%) สมุทรปราการ (16%) และสมุทรสงคราม (5%) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างแรงจูงใจการจำกัด กำจัดปลาหมอคางดำ และสร้างรายได้ให้กับชาวประมง ประชาชนในพื้นที่ 

การดำเนินกิจกรรม ‘ลงแขกลงคลอง’ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำแบบมีส่วนร่วม โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อเร่งลดจำนวนประชากรปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ควบคู่กับการส่งเสริมการนำปลาไปใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและชาวประมงในพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Fisheries Connect For  Sustainability ของนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง

กรมประมงจะเดินหน้าขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ เชิงรุก ‘SARA’ ควบคู่กับกิจกรรม ‘ลงแขกลงคลอง’ อย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่เป้าหมาย เพื่อจำกัดและกำจัดปลาหมอคางดำอย่างเป็นระบบ ลดผลกระทบต่อทรัพยากรสัตว์น้ำพื้นถิ่น ฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศ และคืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่แหล่งน้ำของประเทศอย่างยั่งยืน