ยอดฮิตที่คนชอบตั้งคำถามก่อนจัดกระเป๋าคือ ไปต่างประเทศใช้บัตรอะไรดี ? ระหว่างรูดบัตรเครดิตใบเดิมที่มีอยู่ หรือจะสมัครบัตรแลกเงินต่างประเทศพรีเพดอย่าง Travel card ดี การเลือกเครื่องมือทางการเงินที่สอดรับกับสไตล์การกิน การช้อปปิ้ง และแผนหลังบ้าน จะช่วยให้ประหยัดค่าธรรมเนียม ได้เรทอัตราแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า และช้อปปิ้งได้อย่างสบายใจตลอดทริป โดยไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับบิลเรียกเก็บเงินย้อนหลัง


อัตราแลกเปลี่ยนที่นิ่งสนิทกับการล็อกเรทเรทเงินที่ชอบได้ล่วงหน้า

จุดเด่นที่ทำให้คนหันมาสนใจ Travel card ยามตั้งคำถามว่า ไปต่างประเทศใช้บัตรอะไรดี ?คือความสามารถในการกดแลกเงินสกุลต่าง ๆ เก็บไว้ในแอปพลิเคชันได้ทันทีเมื่อเห็นเรทเงินกำลังร่วงลง ข้อดีคือการได้ล็อกต้นทุนค่าใช้จ่ายที่แน่นอน ยามไปรูดซื้อของที่ต่างประเทศ ตัวเลขจะถูกหักออกจากกระเป๋าเงินจำลองนั้นโดยตรง ไม่มีตัวแปรเรื่องความผันผวนของค่าเงินในอนาคตมารบกวนใจ แตกต่างจากบัตรเครดิตที่จะไปคิดเรทอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ร้านค้าส่งยอดเรียกเก็บ ซึ่งบางครั้งค่าเงินอาจจะพุ่งสูงขึ้นจนทำให้ของชิ้นนั้นแพงขึ้นโดยไม่รู้ตัว


การทลายข้อจำกัดเรื่องค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินสองเปอร์เซ็นต์กว่า

คนที่ใช้บัตรเครดิตรูดในต่างแดนต้องเจอคือ ค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินต่างประเทศ (FX Rate Fee) ซึ่งส่วนใหญ่จะจัดเก็บอยู่ที่ประมาณร้อยละ 2.5 ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด แต่สำหรับใครที่เลือกใช้ระบบ Travel card ปัญหานี้จะถูกตัดทิ้งไปทันทีเพราะไม่มีการชาร์จค่าธรรมเนียมส่วนนี้เพิ่ม การสืบค้นว่า ไปต่างประเทศใช้บัตรอะไรดี ? แล้วเลือกบัตรเดบิตสเปกแลกเงินล่วงหน้า จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าไปได้มหาศาล โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ตั้งใจจะไปช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมราคาสูง เพราะยอด FX Fee 2.5% จากเงินแสนบาท ก็คิดเป็นเงินหลายพันบาทเลยทีเดียว


สิทธิประโยชน์แต้มสะสมและสิทธิ์การเข้าเลานจ์สนามบินระดับพรีเมียม

แม้ Travel card จะชนะเรื่องเรทเงิน แต่หากถามว่าในแง่ของความลักชูรีและความคุ้มค่าระยะยาว บัตรเครดิตระดับสูงยังคงมีแต้มต่อที่น่าสนใจมาก การรูดผ่านบัตรเครดิตมักจะพ่วงมาด้วยโปรโมชันคะแนนสะสมทวีคูณสำหรับการใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศ เครดิตเงินคืน รวมถึงสิทธิ์ในการเข้าใช้บริการห้องพักผ่อนพิเศษที่สนามบิน (Airport Lounge) และประกันอุบัติเหตุการเดินทาง การเลือกใช้บัตรเครดิตจึงเหมาะกับคนที่ต้องการสะสมไมล์บินและต้องการบริการอำนวยความสะดวกขั้นสูงตลอดการเดินทาง


วงเงินฉุกเฉินและระบบป้องกันความปลอดภัยยามเกิดเหตุไม่คาดฝัน

พฤติกรรมการใช้งานในสถานการณ์วิกฤต บัตรเครดิตมอบความปลอดภัยหลังบ้านที่พึ่งพาได้ดีกว่า เนื่องจากเป็นวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารสำรองจ่ายให้ก่อน หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น กระเป๋าเดินทางหาย ต้องเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน หรือต้องการมัดจำค่าเช่ารถและโรงแรม บัตรเครดิตจะทำหน้าที่ตรงนี้ได้ทันที ในขณะที่ Travel card จะทำหน้าที่ได้เท่ากับจำนวนเงินสดที่เราเติมลงไปในบัตรเท่านั้น หากเงินหมดก็ต้องรอเวลาโอนเงินข้ามประเทศเพื่อเติมเข้าไปใหม่ การจัดทริปไปต่างประเทศใช้บัตรอะไรดี ? จึงควรมีบัตรเครดิตสแตนด์บายติดกระเป๋าไว้เป็นแผนสำรองเสมอ


ความง่ายในการควบคุมงบประมาณไม่ให้บานปลายหลังจบทริป

สำหรับสายกินสายช้อปที่กลัวใจตัวเองว่าจะใช้เงินเพลินจนกระเป๋าฉีก การเลือกใช้ Travel card คือกรรมวิธีในการดัดนิสัยและคุมงบประมาณที่ดีที่สุด การเติมเงินเข้าไปในจำกัดตามงบที่ตั้งไว้ช่วยให้รู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่าเหลือเงินให้ใช้สอยอีกเท่าไหร่ ยามที่กลับมาถึงเมืองไทยแล้วก็สามารถกดแลกเงินที่เหลือกลับเป็นเงินบาทได้ทันทีผ่านมือถือ การรู้พฤติกรรมการใช้เงินของตัวเองจะช่วยให้ตอบโจทย์ได้ว่า ไปต่างประเทศใช้บัตรอะไรดี ? เพื่อไม่ให้ต้องมานั่งเครียดกับหนี้สินก้อนโตหลังจบทริป

การหาคำตอบว่า ไปต่างประเทศใช้บัตรอะไรดี ? ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่คือการจัดสัดส่วนการใช้งานให้สมดุล กลยุทธ์ที่ฉลาดที่สุดคือการพกไปทั้งสองรูปแบบ โดยใช้ Travel card เป็นกระเป๋าหลักในการรูดซื้อของกิน เล่น ช้อปปิ้งทั่วไปเพื่อเซฟเรทอัตราแลกเปลี่ยนที่ถูกที่สุด และพกบัตรเครดิตเอาไว้สำหรับจ่ายค่ามัดจำโรงแรม ใช้สิทธิ์เลานจ์ และเป็นวงเงินสำรองยามฉุกเฉินหลังบ้าน การผสมผสานเครื่องมือทางการเงินอย่างสอดประสานกันเช่นนี้ จะช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวในต่างแดนมีความราบรื่น คุ้มค่าเงินสด และปลอดภัยสูงสุดตลอดเส้นทางแน่นอน นักเดินทางทุกคนสามารถนำเกณฑ์การประเมินนี้ไปเลือกเปิดบัตรที่ใช่ก่อนออกเดินทางได้ทันที