เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.68 ที่ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย ปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย จ.สงขลา โดยมีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม พร้อมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานการสนับสนุนการปฏิบัติงานในภาวะฉุกเฉิน (สปฉ.) ทั้ง 18 ส่วนงาน ร่วมประชุมผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์




นายศักดิ์ดา กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.สงขลาเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งการฟื้นฟูและการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ขนขยะน้ำทิ้งแล้ว 95,307 ตัน ทำความสะอาดถนน 329.44 กิโลเมตร จากระยะทางทั้งหมด 394.3 กิโลเมตร คิดเป็น ร้อยละ 83.55 ของพื้นที่เป้าหมายที่ต้องดำเนินการ และยืนยันว่าจะสามารถส่งคืนพื้นที่ให้กับ จ.สงขลาได้ตามกำหนดในวันที่ 14 ธ.ค. 2568 ส่วนการเยียวยาผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 9,000 บาท จ.สงขลาได้โอนเงินเยียวยาแล้ว 400,855 ครัวเรือน เป็นเงิน 3,607.695 ล้านบาท และทั้ง 9 จังหวัดภาคใต้ ปภ. และธนาคาออมสินได้โอนเงินเยียวยาสำเร็จแล้ว 730,932 ครัวเรือน เป็นเงินทั้งสิ้น 6,578.388 ล้านบาท นอกจากนี้เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 68 สำนักงบประมาณได้อนุมัติจัดสรรเงินให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพิ่มเติม เพื่อเยียวยาผู้ประสบภัย ครัวเรือนละ 9,000 บาท เพิ่มเติม เป็นจำนวน 7,730.082 ล้านบาท และอนุมัติงบเพิ่มเติมสำหรับเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต รายละ 2,000,000 บาท ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ เป็นเงิน 164 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนมีความครอบคลุมทั่วถึงมากขึ้น


รมช.มหาดไทย กล่าวต่อว่า ในส่วนของการติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าระยะนี้จะมีฝนตกในภาคใต้ รวมถึงที่จ.สงขลาด้วย ตนได้กำชับหัวหน้าหน่วยและผู้ปฏิบัติงาน ฟื้นฟูพื้นที่ด้วยความรอบคอบ ทั้งระบบสุขาภิบาลขยะที่ต้องวางแผนปฏิบัติให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อป้องกันมลพิษจากฝนตกชะขยะรั่วไหล โดยเฉพาะบริเวณจุดพักขยะบริเวณบางหักที่ติดอยู่กับคลองอู่ตะเภา ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทำแนวคันดินชั่วคราวหรือตาข่ายกั้นขยะไม่ให้ไหลลงสู่แม่น้ำ ส่วนด้านการคมนาคมทางกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ได้จัดรถตู้และรถบัสปรับอากาศ จำนวน 11 คัน บริการรับ-ส่ง ประชาชนในเขต อ.หาดใหญ่ โดยให้บริการ 5 เส้นทางรอบตัวเมือง และจากศูนย์พักพิงชั่วคราวมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ไปยังจุดต่าง ๆ ถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการสัญจรช่วงที่ยังมีการฟื้นฟู และลดการจราจรที่ติดขัดในเขตเมืองได้มากขึ้น


ด้านนายธีรพัฒน์ ในฐานะเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กล่าวว่า การฟื้นฟูพื้นที่หาดใหญ่ที่กำหนดแผนแล้วเสร็จในวันที่ 14 ธ.ค. 68 ทาง บกปภ.ช. ได้หารือแนวทางการลดระดับการจัดการสาธารณภัยเป็นระดับ 2 (สาธารณภัยกลาง) และการส่งมอบพื้นที่ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะผู้อำนวยการจังหวัด เพื่อเป็นผู้อำนวยการสั่งการในระดับพื้นที่ต่อไป ซึ่ง บกปภ.ช. ได้วางแผนตรึงสรรพกำลังเครื่องจักรกลสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่บางส่วนให้อยู่ประจำในพื้นที่สำหรับสแตนบายช่วยเหลือฉุกเฉินจังหวัดสงขลา และพร้อมออกสนับสนุนภาคใต้ตอนล่าง ที่จังหวัดปัตตานี ยะละ และนราธิวาส ซึ่งจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 14 – 17 ธ.ค. 68 และต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก และอาจมีน้ำทะเลหนุนด้วย ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ จึงเตรียมพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย ทั้งเครื่องสูบน้ำ รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบ เรือท้องแบน บรรทุกเทท้าย รถผลิตน้ำดื่ม รถโรงครัวประกอบอาหารเคลื่อนที่ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือพื้นที่ และให้บริการประชาชนในศูนย์พักพิงชั่วคราว หรือศูนย์อพยพได้อย่างทันต่อสถานการณ์



ทั้งนี้ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) จะติดตามความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดสงขลาอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนที่จะตกในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนและภาคใต้ตอนล่างในช่วงวันที่ 12 – 16 ธ.ค. นี้ และขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด.



