เดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 2 ชั่วโมงจากโตเกียว ประมาณ 1 ชั่วโมงจากภูเขาไฟฟูจิ และประมาณ 1 ชั่วโมงจากมัตสึโมโต้ เมืองเล็ก ๆ อันเงียบสงบโอบล้อมด้วยธรรมชาติแห่งนี้จึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาตลอดทั้งปี ด้วยความที่ตั้งอยู่บน “Golden Route” จากทะเลสาบคาวากุจิไปยังมัตสึโมโต้ ทำให้เมืองโฮคุโตะเป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักเดินทางที่มองหาความงามที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักในญี่ปุ่น สามารถเพลิดเพลินได้ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คู่รัก หรือผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง โดยมี 10 จุดท่องเที่ยวยอดฮิตที่พร้อมจะทำให้ทุกคนหลงรัก
จากจุดสูงสุดในเมือง โฮคุโตะ ที่ความสูงกว่า 1,900 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล “ซันมีโดว คิโยซาโตะ สกรีสอร์ท” (Sun Meadow Kiyosato Ski Area) มีทัศนียภาพอันงดงามของภูเขา รวมถึงภูเขาไฟฟูจิอันตระการตา ในช่วงฤดูหนาวที่นี่จะกลายเป็นสกีรีสอร์ทขนาดใหญ่ซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะ ช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วงที่นี่จะเปิดให้บริการ คิโยซาโตะเทอร์เรส (Kiyosato Terrace) ที่สามารถเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพอันงดงามจากร้านกาแฟบนยอดเขา นอกจากนี้ยังมีสนาม G Kart ที่ทั้งครอบครัวสามารถสนุกด้วยกันได้


“เซย์เซน เรียว เจอร์ซีย์ ฮัท” (Seisen Ryo Jersey Hut) ที่นี่มีอากาศเย็นสบายตลอดปี แม้ในฤดูร้อนก็ยังรู้สึกสดชื่น ว่ากันว่าในวันที่อากาศปลอดโปร่ง สามารถมองเห็นยอดเขาที่สูงที่สุดสามอันดับของญี่ปุ่นได้จากระเบียงร้าน ทั้งภูเขาฟูจิ ภูเขาคิตะ และภูเขาไอโนะ หนึ่งในไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ “ไอศกรีมนมเจอร์ซี่” ผลิตจากนมจากวัวพันธุ์เจอร์ซีย์ที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างเอาใจใส่ในฟาร์มเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีอาหารว่าง ร้านเบเกอรี่ มุมขายของที่ระลึก และสินค้าต่าง ๆ มากมายให้เลือกซื้อ
“หมู่บ้านโมเอกิ” (Moegi Village) อีกหนึ่งสถานที่ยอดฮิตของเมืองโฮคุโตะที่ไม่ควรพลาด หมู่บ้านสุดน่ารักแห่งนี้เต็มไปด้วยอาคารสไตล์ยุโรป คาเฟ่ ร้านค้า และร้านอาหารที่รายล้อมด้วยธรรมชาติบรรยากาศอบอุ่นน่าหลงใหล ไฮไลต์คือ ม้าหมุนวินเทจ ที่นำเข้ามาจากอเมริกาตั้งแต่ปี 1993 ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี Hall of Halls (Music Box Museum) อย่าลืมแวะชิมความอร่อยที่ ROCK ร้านแกงกะหรี่รสเข้มข้นชื่อดังที่เปิดมายาวนาน


“ไฮดี้วิลเลจ” (Heidi’s Village) สถานที่จำลองจากเรื่อง “Heidi, Girl of the Alps” ผลงานอมตะของนักเขียน Johanna Spyri ซึ่งถูกสร้างเป็นอนิเมะชื่อดังของญี่ปุ่นในปี 1974 เรื่องราวของไฮดี้ เด็กสาวที่เติบโตในเทือกเขาแอลป์อันงดงามของสวิตเซอร์แลนด์ และปฏิสัมพันธ์อันแสนอบอุ่นใจของเธอกับสัตว์ตัวน้อย ภายในหมู่บ้านแห่งนี้มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ จุดชมวิว และสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีสวนดอกไม้ อาคารสไตล์ยุโรปและบรรยากาศชนบทอันเงียบสงบที่สัมผัสได้ตลอดทั้งปี
“มากิบะพาร์ค” (Makiba Park) ฟาร์มแห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ราบสูงความสูงระหว่าง 1,100–1,700 เมตร บริเวณเชิงเขาด้านใต้ของภูเขายัตสึงะทาเกะ เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1923 อีกหนึ่งจุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิ ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนแบบชิล ๆ ไม่เร่งรีบ สัมผัสสายลมเย็น วิวภูเขาอันงดงามในทุกฤดูกาล ตั้งแต่ความเขียวขจีสดชื่นในฤดูใบไม้ผลิ อากาศที่สดชื่นในฤดูร้อน ไปจนถึงทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยหิมะในฤดูหนาว ทั้งยังมีความน่ารักของเหล่าสัตว์อย่าง แกะ แพะ และม้าโพนี่


“ยัตสึกาทาเกะคลับ” (Yatsugatake Club) สัมผัสธรรมชาติอันสมบูรณ์บนป่าทางตอนใต้ของยัตสึกาทาเกะที่ระดับความสูง 1,360 เมตร สถานที่แห่งนี้ได้รับการพัฒนามากว่า 35 ปี และเป็นสวรรค์แห่งธรรมชาติที่แท้จริง ซึ่งมีร่มเงาที่เย็นสบายแม้ในฤดูร้อน มีเส้นทางเดินป่าให้เดินเล่นชมธรรมชาติอย่างเต็มที่ ในวันที่อากาศแจ่มใสยังสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันงดงามของภูเขาไฟฟูจิ
“สะพานฮิกาชิซาวะ” (Higashizawa Bridge) สะพานสีแดงยาว 90 เมตร ที่ทอดข้ามแม่น้ำคาวามาตะ เป็นหนึ่งในจุดชมวิวยอดนิยมของเมืองโฮคุโตะ โดยมีฉากหลังเป็นภูเขายัตซึกาตาเกะ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงหุบเขานี้จะถูก แต่งแต้มด้วยสีแดงอันงดงามจากใบไม้เปลี่ยนสี
“สะพานสวนยัตซึกาตาเกะ” (Yatsugatake Kogen Bridge) หรือรู้จักกันในนามสะพานเหลือง สะพานยาว 490 เมตร และสูง 100 เมตร ตั้งตระหง่านเหนือแม่น้ำคาวามาตะ จะสวยที่สุดในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีและฤดูหนาว จากสะพานสามารถมองเห็นเทือกเขายัตสึงะทาเกะ ทางทิศเหนือ เทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นตอนใต้ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และภูเขาไฟฟูจิ ทางทิศใต้

“หุบเขาโอจิระกาวะ” (Ojiragawa Canyon) หุบเขาธรรมชาติสุดงดงามของเมืองโฮคุโตะ เปรียบเสมือนอัญมณีซ่อนเร้นกลางภูเขา เกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำโอจิรากาวะ ซึ่งไหลมาจากเทือกเขา ไคโคมากาตาเกะ หนึ่งในยอดเขาสูงของเทือกเขาแอลป์ตอนใต้ของญี่ปุ่น ไม่เพียงเป็นแหล่งน้ำต้นกำเนิดของโอจิรากาวะ แต่ยังได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 แหล่งน้ำที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น เส้นทางเดินชมความงดงามเริ่มต้นจากจุดจอดรถ ผ่านศาลเจ้าไคโคมากาตาเกะ ซึ่งชาวบ้านเคารพในฐานะเทพผู้คุ้มครองสายน้ำ ข้ามสะพานแขวน และเดินเลียบแม่น้ำจะพบกับแอ่งน้ำเซ็นกะบูจิ ที่น้ำใสจนมองเห็นก้อนหินและสะท้อนสีฟ้าอมเขียวราวคริสตัล ด้วยความที่เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวตลอดทั้งปี ทำให้ที่นี่เป็นจุดหลบหนีฤดูร้อนยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น
“น้ำตกโดริว” (Doryo Fall) น้ำตกมังกรพ่นน้ำ น้ำตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในหุบเขาแม่น้ำคาวามาตะ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของภูเขายัตซึกาตาเกะ มีความกว้างประมาณ 15 เมตร สูง 10 เมตร น้ำที่ไหลลงมาตามโขดหินที่ปกคลุมไปด้วยตะไคร่ มอสในรูปแบบต่าง ๆ ก่อให้เกิดทัศนียภาพอันนุ่มนวลและสบายตา ซึ่งแตกต่างจากน้ำตกที่ไหลแรงทั่วไป โดยเดินจากลานจอดรถไปตามเส้นทางป่า ประมาณ 15 นาที
ข้อมูลจาก https://matcha-jp.com/th



