เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. “ทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์” ได้ติดตามความเคลื่อนไหวเรื่องการยึดและอายัดทรัพย์สิน โดยมติของคณะกรรมการธุรกรรม ที่ได้มีการยึดและอายัดทรัพย์สินของกลุ่มคดีสแกมเมอร์ข้ามชาติ โดยเฉพาะบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องอย่าง “นายก๊ก อาน กับพวก” ซึ่งจากการตรวจสอบคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.297/2568 พบข้อมูลคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ระบุว่า บัญชีทรัพย์สินที่ยึดเกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว ประกอบด้วย

โฉนดที่ดิน และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 32 รายการ ในพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ, ที่ดินอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว, ที่ดินแขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร, ที่ดินอำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร รวมราคาประเมินทั้งสิ้นประมาณ 269,875,675 บาท พร้อมดอกผล

ขณะที่ บัญชีทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ชั่วคราว 58 รายการ รวมราคาประเมินจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 197,814,265.98 บาท พร้อมดอกผล ได้แก่ บัญชีธนาคาร 33 บัญชี, กรมธรรม์ประกันชีวิต 14 กรมธรรม์, หน่วยลงทุนในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ 4 รายการ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมจากสำนักงาน ปปง. ว่า หากรวมทรัพย์สินที่ยึดและอายัดทั้งสิ้น จะมีจำนวนทั้งหมด 90 รายการ รวมราคาประเมินจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 467,689,940.98 บาท พร้อมดอกผล ซึ่งปัจจุบันนี้ บุคคลที่มีรายชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครองในรายการทรัพย์สินต่าง ๆ เหล่านี้ที่ถูกคณะกรรมการธุรกรรม มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สิน ก็ยังไม่ได้มีการเข้าชี้แจงถึงที่มารายการทรัพย์สินว่าไม่ได้มาจากการกระทำความผิด ซึ่งคณะกรรมการธุรกรรม ได้กำหนดระยะเวลาให้เจ้าของรายการทรัพย์สินต้องชี้แจงภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับเอกสาร

ซึ่งถ้าหากการชี้แจงรับฟังได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด คณะกรรมการธุรกรรมก็จะมีการพิจารณาเพิกถอนคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินรายการนั้น ๆ ให้เพื่อความเป็นธรรม แต่ถ้าหากไม่สามารถชี้แจงถึงที่มาที่ไปของทรัพย์สินได้ คณะกรรมการธุรกรรม โดย ปปง. จะทำการสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการ เพื่อพนักงานอัยการเสนอคำร้องต่อศาลแพ่ง ขอให้ศาลมีคำสั่งชดใช้เฉลี่ยคืนทรัพย์สินแก่ผู้เสียหาย ผ่านการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในคดีสแกมเมอร์ต่อไป.