สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเทศบาลนครฉงชิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ว่านายธีรภัทรกล่าวว่า ระเบียงการค้านี้เกื้อหนุนการขนส่ง และหมุนเวียนสินค้าระหว่างไทยกับจีนอย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น หลังฃมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการบริการที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการขนส่งด่วนหลายรูปแบบทางรถไฟ-ทางเรือ เส้นทางฉงชิ่ง-ไทย ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อสิ้นเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา และจะเชื่อมโยงกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และแล็ปท็อปของไทย เข้ากับฐานการผลิตยานยนต์และแล็ปท็อปชั้นนำระดับโลกในเมืองเฉิงตูและเมืองฉงชิ่ง
นอกจากนั้น การประกาศตารางการเดินรถไฟสินค้าจีน-ลาว-ไทย อย่างเป็นทางการ เมื่อกลางเดือนพ.ย. ซึ่งช่วยตอกย้ำว่าจะมีการเดินรถอย่างเป็นประจำและมีมาตรฐาน ช่วยเพิ่มพูนประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค แรงสนับสนุนด้านโลจิสติกส์แก่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมตลอดเส้นทางการเดินรถ โดยรถไฟสินค้าเส้นทางนี้มีจุดเริ่มต้นจากสถานีกลางฉงชิ่ง ผ่านด่านม้อฮัน ด่านบ่อเต็น ด่านหนองคาย และปลายทางที่สถานีมาบตาพุด
ระบบการขนส่งอันมีประสิทธิภาพของระเบียงการค้า ช่วยให้ผลไม้ไทยอย่างทุเรียน มังคุด และมะพร้าว ถูกจัดส่งสู่จีนอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ระเบียงการค้านี้ช่วยส่งเสริมการเชื่อมต่อและความร่วมมือระหว่างไทยกับประเทศต่าง ๆ ตามแนวระเบียง
ปัจจุบันไทยกำลังก่อสร้างโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ( อีอีซี ) ที่จะมีท่าเรือ ท่าอากาศยาน และทางรถไฟความเร็วสูงระดับโลก ซึ่งจะเพิ่มความสามารถของไทย ในการให้บริการขนส่งหลายรูปแบบระหว่างมหาสมุทรอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจีน
อนึ่ง การประชุมประจำปี 2568 ของไอแอลเอสทีซี มีการลงนามในโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าที่สำคัญ จำนวน 20 โครงการ มูลค่ารวมมากกว่า 7,000 ล้านหยวน ( ราว 31,300 หมื่นล้านบาท ) ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นโครงการจัดซื้อยานยนต์เอสยูวีของไทย.
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA



