เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ จ.สุรินทร์ ว่า ตั้งแต่เวลา 05.44 น. ทหารกัมพูชาเริ่มเปิดฉากยิงปืนใหญ่ใส่ทหารไทยอย่างต่อเนื่องทิ้งช่วงเป็นระย ๆ ในพื้นที่ชายแดนปราสาทตาควาย เนิน 350 ช่องกร่าง และปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก ส่วนทหารไทยยิงปืนใหญ่ตอบโต้เป็นชุด

จากนั้นเวลาประมาณ 08.25 น. ทหารกัมพูชาเริ่มยิงจรวด BM-21 เข้ามาใส่ทหารไทยเป็นชุดแรก และคาดว่าจะมีการปะทะกันตลอดทั้งวันไม่แพ้หลายวันที่ผ่านมา โดยเฉพาะในห้วงที่ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อ้างสหรัฐ โทรศัพท์หานายอนุทิน-ฮุน มาเนต หารือเจรจาให้หยุดยิงในเวลา 4 ทุ่ม แต่ไทยก็ยืนกรานไปแล้วว่าไม่มีหยุดยิง ขณะที่กัมพูชาเองก็เริ่มยิงไทยแต่เช้าตรู่เช่นกัน ล่าสุดยังไม่มีรายงานว่ากระสุนปืนใหญ่มาตกในชุมชนและบ้านเรือนแต่อย่างใด

ขณะที่ชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ยังไม่พบการปะทะเกิดขึ้น แต่ได้ยินเสียงปืนใหญ่ไกล ๆ ดังมาจากพื้นที่ชายแดนด้าน อ.พนมดงรัก โดยเฉพาะย่านตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง เป็นไปอย่างเงียบเหงา ร้านค้าปิดตัวไม่มีผู้คน มีเพียงจุดรับบริจาคที่ประชาชนจิตอาสาตั้งโต๊ะรับบริจาคสิ่งของให้กับทหารชายแดนช่องจอม โดยเฉพาะอาหารและน้ำดื่ม

ขณะที่ช่วงค่ำวานนี้ (13 ธ.ค.68) ทหารกัมพูชา ต่างคาดว่าทหารไทยจะมีการหยุดยิงในเวลา 4 ทุ่มตามที่เป็นข่าว จึงพยายามยิงกระสุนปืนใหญ่อัดเข้ามาหวังจะยึดคืนพื้นที่ให้ได้ก่อนเวลาดังกล่าว ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บหลายนาย โดยเฉพาะที่เนิน 350 ใกล้กับปราสาทตาควาย ที่พบว่ารถฉุกเฉินจากสมาคมกู้ภัยสรรเพชญ จ.พิจิตร และรถพยาบาลฉุกเฉิน รพ.ค่ายศรีพัชรินทร มทบ.23 และรถพยาบาลฉุกเฉินอีกหลายหน่วย ต่างทยอยรับทหารที่บาดเจ็บเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.สุรินทร์ อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ซึ่งยังไม่มีรายละเอียดของผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดย จ.สุรินทร์ ได้ประกาศงดประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าพื้นที่อย่างเด็ดขาด เพราะเกรงจะได้รับอันตราย.