เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.สตม. กล่าวถึงกรณีที่กระแสข่าวที่ว่ามีทหารรับจ้างและสายลับ เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพื่อสอดแนมสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทยและกัมพูชา ทำให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ต้องมีการกวดขันเข้มงวดสำหรับบุคคลที่เดินทางเข้าออก โดยยอมรับว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีความห่วงใยในส่วนของหน้าที่การคัดกรอง เราต้องรับฟังเสียงจากสังคม และในบทบาทของประตูเรามีการตั้งสมมุติฐาน โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้รับข้อมูลจากทุกภาคส่วน เพื่อคัดกรองบุคคลต้องสงสัยจากเอเชียตอนบน และยุโรปตะวันออก ใกล้กับยูเครนและรัสเซีย แต่ยังไม่ได้ชี้ชัด ว่าเป็นบุคคลต้องห้าม โดยเราได้มีการเริ่มคัดกรองจากทางฝั่งของตม.สนามบินทั่วประเทศ และเมื่อพบว่าเข้าข่ายบุคคลต้องสงสัยก็พร้อมที่จะผลักดันกลับโดยทันที

พล.ต.ต.เชิงรณ กล่าวถึงขั้นตอนการคัดกรองว่า จะสังเกตจากรูปพรรณสัณฐานและวีซ่า หากพบว่าไม่ได้เข้ามาพร้อมกับกรุ๊ปทัวร์ ที่มีการรับรองหรือแจ้งเข้าไว้เข้ามาเดี่ยวๆ และไม่สามารถสำแดงเรื่องที่พักได้ชัดเจน ไม่สามารถอธิบายเรื่องตั๋วการเดินทางได้ชัดเจน ก็จะเชิญมาพูดคุย โดยขณะนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสามารถคัดกรองบุคคลเฝ้าระวังได้แล้วกว่า 190 คน ส่วนใหญ่จะเดินทางเข้ามาจากยุโรปตะวันออก โดยในจำนวนนี้กว่า 20% เป็นชาวกัมพูชาที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยด้วยฟรีวีซ่า ส่วนจะยกเลิกเที่ยวบินห้ามชาวกัมพูชาบินเข้าประเทศเลยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมการบินภายในประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้

พล.ต.ต.เชิงรณ ยอมรับว่า ขณะนี้ทางการไทยมีความเข้มงวดกับชาวกัมพูชาที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศอยู่ในสถานการณ์สู้รบกัน จึงต้องเข้มงวดกับการเข้ามา ยอมรับว่า มาตรการคัดกรองเฝ้าระวังบุคคลอันตรายอาจส่งผลกระทบกับนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย และขณะนี้พบว่ามีจำนวนมากกว่าวันละ 80,000 คน ซึ่งจะทำให้กลุ่มคนเหล่านี้เกิดความล่าช้าในการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแต่ยังยืนยันว่าในส่วนของคนไทย ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพร้อมที่จะอำนวยความสะดวก ในการเข้าออก

ส่วนกรณีที่พบว่าผู้ประกอบการมีการขนส่งน้ำมันและสิ่งของไปยังประเทศเพื่อนบ้านบริเวณช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี เป็นจำนวนมาก อย่างมีนัย พล.ต.ต.เชิงรณ กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่ได้มีหน้าที่ตรวจสอบในเรื่องสินค้าและน้ำมัน เพราะไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบ และมีหน่วยงานที่กำกับการดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะดูเฉพาะในเรื่องของบุคคล ดังนั้นควรที่จะไปถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ

ส่วนกรณีที่ทางการกัมพูชายังไม่เปิดด่านให้คนไทยกลับเข้ามาในประเทศที่ด่านปอยเปตเป็นจำนวนมากนั้น พล.ต.ต.เชิงรณ กล่าวว่า ในส่วนนี้เจ้าหน้าที่ทางการไทยมีการติดตามสถานการณ์ และมีความพร้อมในการรองรับกับคนไทยที่จะเดินทางกลับเข้ามาในประเทศส่วนเหตุผลทางการกัมพูชา ไม่ยอมปล่อยตัว อาจจะเป็นการต่อรองหรือไม่ ตนยังไม่ทราบ อย่างไรก็ตามหากคนไทยที่จะเดินทางกลับเข้ามาก็จะมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพราะกลุ่มคนเหล่านี้ อาจเกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรรมออนไลน์ได้.