น.ส.ออทัมน์ สแตนนิช ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ ของ การ์ทเนอร์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและเทคโนโลยีระดับโลก เปิดเผยว่า ความก้าวหน้าของโมเดล เอไอ อย่างรวดเร็วอาจสร้างอุตสาหกรรมใหม่และเป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ แต่ความกังวลต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน โดยการ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าในอีกสองปีข้างหน้า หรือ ปี 71 จำนวน 50% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (จีเอชจี ) ด้านไอที จะมาจากโมเดล เอไอ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสัดส่วนที่ 10% ในปี 68 ซึ่งการฝึกอบรมและรันโมเดล เอไอ ต้องอาศัยพลังการประมวลผลมหาศาล โครงสร้างพื้นฐานไอทีใหม่ ๆ และระบบทำความเย็นขั้นสูง ซึ่งเป็นการลงทุนที่เพิ่มแรงกดดันทางด้านงบประมาณและอาจทำให้เป้าหมายความยั่งยืนต้องสะดุด
อย่างไรก็ตามรอยเท้าด้านสิ่งแวดล้อมหรือ เอนไวรอนเมนต์ ฟุตปริ้นต์ ของ เอไอ ขยายออกไปไกลกว่าแค่การใช้พลังงาน การใช้น้ำ การปล่อยมลพิษในห่วงโซ่อุปทานที่ยากต่อการติดตาม แต่ยังรวมถึงขยะอิเล็กทรอนิกส์ และต้นทุนแฝงตลอดวงจรชีวิตของ เอไอ ที่หลายองค์กรมักมองข้าม และการขาดการรายงานที่โปร่งใสและมีมาตรฐาน และเพื่อให้การนำ เอไอ มาใช้งานเป็นไปอย่างยั่งยืน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของ เอไอ ต้องถูกวัดผลและลดทอนมากกว่าแค่การคำนวณเพียงแค่พลังงานที่ใช้ในการฝึกและประมวลผลโดยตรง ซึ่งการจัดการผลกระทบแท้จริงต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเรียกร้องให้มีความโปร่งใสอย่างครอบคลุม และการนำกรอบการวัดแบบองค์รวมมาใช้ที่ผสานความยั่งยืนเข้าไปในกลยุทธ์ทางธุรกิจ เมื่อนั้นนวัตกรรมจึงจะสมดุลกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้
น.ส.ออทัมน์ กล่าวต่อว่า การวัดรอยเท้าด้านสิ่งแวดล้อมของโมเดล เอไอ อย่างแม่นยำเป็นความจำเป็นสำหรับการจัดการผลกระทบ ความซับซ้อนของโมเดล เอไอ ไม่ว่าจะเป็นขนาด จำนวนพารามิเตอร์ ปริมาณข้อมูลฝึกอบรม และความต้องการทรัพยากรการประมวลผล ล้วนเป็นปัจจัยกำหนดความยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรโดยตรง การใช้แนวทางแบบรวม จะพิจารณาคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของ เอไอ ว่าเป็นส่วนหนึ่งของรอยเท้าด้านไอทีโดยรวม โดยมักรวมถึงการวัดค่าพื้นฐานก่อนและหลังการนำไปใช้งาน เพื่อประเมินผลกระทบสัมพัทธ์ของ เอไอ ต่อตัวชี้วัดสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ประสิทธิภาพการใช้น้ำ การใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ไอที และของเสีย ท้ายที่สุดการสร้างกลยุทธ์ เอไอ ที่ยั่งยืนไม่ได้เกี่ยวกับแค่การลดการปล่อยคาร์บอนเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องสอดรับกับการสร้างนวัตกรรมเพื่อความยืดหยุ่นระยะยาว และให้มั่นใจว่าองค์กรสามารถใช้ประโยชน์จาก เอไอ ได้โดยไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม


