เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภานั้น ตนในฐานะรมว.ศึกษาธิการ ได้รับคำสั่งให้ปฎิบัติหน้าที่ต่อจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ซึ่งส่งผลให้นโยบายด้านต่างๆในส่วนที่ต้องใช้การพิจารณาของรัฐสภา ก็อาจสะดุดหรือไม่ได้ไปต่อ เช่น การผลักดันร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ..ที่ได้ผ่านการพิจารณาจากที่ประชุมครม.ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และกำลังอยู่ในขั้นตอนของการนำไปบรรจุวาระเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เมื่อมีการยุบสภาจึงทำให้ขั้นตอนนี้หยุดชะงักและต้องรอการประชุมสภาในวาระหน้าต่อไป
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการปรับแก้พ.ร.บ.การศึกษาเอกชน ที่จะช่วยแก้ปัญหาต่างๆที่ทางโรงเรียนเอกชนสะท้อนกลับมาโดยตลอด แต่ขณะนี้มีการยุบสภาทำให้อยู่ที่การตัดสินใจของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ว่าจะดำเนินการต่อหรือไม่ ซึ่งตนก็เสียใจที่ไม่สามารถผลักดันให้แล้วเสร็จได้ก่อนมีการยุบสภาเกิดขึ้น รวมไปถึงโครงการปรับปรุงบ้านพักครู และ การจัดตั้งสหกรณ์กลางของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่ต้องรอการตัดสินใจของ สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) เช่นเดียวกันว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมครม.ได้หรือไม่ แต่ส่วนตัวคาดว่าเมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณของรัฐบาล แม้ว่าจะมีแหล่งเงินทุนจากธนาคารบางส่วน แต่ก็ยังต้องของบประมาณเพื่อมาชดเชยให้กับธนาคารเพิ่มเติม ก็อาจดำเนินการต่อได้ยากในสถานการณ์ยุบสภาเช่นนี้
“นโยบายต่างๆภายในศธ.ที่สามารถดำเนินการต่อได้ทันทีคือ การปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะและการโยกย้ายครูและบุคลากรทางการศึกษา เนื่องจากเป็นสิ่งการดำเนินการที่อยู่ภายใต้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคาลกรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้ก็จะเห็นความชัดเจนมากยิ่งขึ้นในรูปแบบคู่มือการขอวิทยฐานะที่มีการปรับปรุงแล้ว” ศ.ดร.นฤมล กล่าวและว่า ส่วนอนาคตหลังการเลือกตั้งนั้น ตนยังไม่ได้คิดไปถึงอนาคตว่าจะต้องกลับมาทำงานที่ศธ. ซึ่งคงดูผลการเลือกตั้งว่าจะเป็นอย่างไร และคงจะไม่สามารถไปกำหนดล่วงหน้าได้ว่าจะเลือกอยู่กระทรวงไหนเป็นพิเศษ.



